ผบช.ภ.8 สั่ง ตั้งกก.สอบกรณีคลิปฉาว ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย อาทิตย์หน้าต้องรู้ผล (คลิป)

ผบช.ภาค 8 สั่งตั้งกก. สอบกรณีคลิป จนท.ยศสิบตำรวจตรี สภ.อ.ทุ่งใหญ่ ขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ อธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบ สัปดาห์หน้าต้องรู้ผล

สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เรียกตรวจรถของชายอ้างว่า เป็นอธิบดีศาลอาญาทุจริตภาค 8 ที่ศาลแขวง จ.นครศรีธรรมราช และเกิดการพูดคุยกันถึงเรื่องคนขับรถรู้จักกับนายตำรวจใหญ่ทำให้มีผู้นำคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุมาเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์ กระทั่งต่อมา พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ มีคำสั่งย้าย ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งใหญ่ และ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ เพชรจันทร์ทอง ตำรวจจราจรไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทนหน้าที่จราจร กระทั่ง พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งยกเลิกคำสั่งและให้ตำรวจจราจรทั้ง 2 นาย กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม

ล่าสุด เวลา 15.00 น.วันนี้ (10 พ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ,ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งใหญ่ และ ส.ต.ท.ธีระพงษ์ เพชรจันทร์ทอง ตำรวจจราจร สภ.ทุ่งใหญ่ ได้เข้าพบ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 หลังมีคำสั่งให้เข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าแต่อย่างใด

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตนได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้รายงานผลการดำเนินการภายในต้นสัปดาห์หน้า และได้สั่งการให้ทั้งทางผู้บังคับการฯนครศรีธรรมราช, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้ง 2 นาย มาพบ เพื่อชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นพร้อมๆกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ อย่างไรก็ตาม ขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไรจึงจะมาสรุปประเด็นที่ชัดเจนอีกครั้ง

ต่อคำถามที่ว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ไม่ได้มีความกดดันอะไรและนายกฯ ก็ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็จะทำให้ดีที่สุด ทั้งในส่วนของผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งต้องดูว่าการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า มีข้อบกพร่องเป็นบวกหรือลบอย่างไรหรือไม่ จึงขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้กำกับฯ รวมถึงผู้ปฎิบัติในพื้นที่ทุกส่วน ซึ่งเป็นธรรมดาที่มีผู้สนใจและตรวจสอบ โดยขณะนี้ก็ยังไม่มีการโยกย้ายตำแหน่งใดๆ ทุกคนยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

“ประเด็นที่เกิดขึ้นมองได้หลายมุม ก็ต้องมองว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่อย่างไร ซึ่งก่อนที่จะมีคำสั่งทางการปกครองออกไปหรือไม่อย่างไร ก็ต้องมีความชัดเจนพอสมควร หากไม่ชัดเจนหรือรีบเร่งเกินไปจะกลายเป็นว่า กระทบขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชาในภาพรวมได้ จึงต้องขอดูความชัดเจน แต่แน่นอนว่าหากมีความผิด เรื่องการดำเนินการทางปกครอง จะเป็นเหมือนกันทุกองค์กร ซึ่งจะต้องนำในเรื่องวินัยข้าราชการมาพิจารณา ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ได้กดดันหรือหนักใจอะไร โดยทุกอย่างทำไปตามขั้นตอน เพียงแต่ต้องเวลาในการตรวจสอบก่อน” พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าว

ส่วนคำถามกรณีที่ชาวโซเซียลตั้งข้อสังเกตกรณีชายคนที่ตรวจสอบไม่มีใบอนุญาตขับขี่และรถคันดังกล่าวก็ทะเบียนขาด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า “ขอโฟกัสตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนของการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาก่อน ทำการบ้านในหน่วยของตัวเองก่อน อย่าพึ่งขยายวงกว้างออกไป เพราะเท่าที่ทราบขณะนี้แต่ละหน่วยก็ทำหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว จึงขอโฟกัสแค่ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น จากนั้นก็จะมาดูผลกันอีกครั้งหนึ่ง”

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นนั้นได้มอบหมายให้ผู้บังคับการฯ นครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในพื้นที่ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ท่านดูแลได้ ซึ่งไม่ต้องห่วง และขอบคุณที่ให้ความสนใจ และยินดี ซึ่งทางตำรวจพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจเอง หรือคู่กรณีที่เป็นประชาชน ซึ่งเราให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากตำรวจไม่ดีก็มีขั้นตอน หากประชาชนถูกต้องก็ต้องอยู่ข้างพี่น้องประชาชน ส่วนว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นในจุดใดก็จะต้องมาพิจารณา และปรับปรุง ไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งเชื่อว่าในทุกองค์กร ย่อมมีความผิดพลาด แต่หากตั้งใจทำงานก็ต้องดูด้วยว่าลูกน้องเราทำงานพลาดหรือไม่อย่างไร ซึ่งในการนำเสนอข่าวนั้นอยากให้ทำความใจ และอยากให้มองในภาพรวมของการทำงานในอนาคตต่อไปด้วย

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า ในการเน้นย้ำการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชานั้นก็มีเป็นธรรมดา ซึ่งได้พูดคุยกัน อะไรที่ต้องปรับก็ต้องทำ ส่วนของขวัญกำลังของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนั้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จราจร ซึ่งจากการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติงาน (เอกพล) ยังมีขวัญกำลังใจที่ดี และทางผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้มีการตำหนิอะไร และให้กำลังใจ ซึ่งจากที่ดูคลิปที่มีการเผยแพร่ซึ่งไม่ทราบว่ามีการตัดตอนอะไรหรือไม่อย่างไร แต่ดูแลคิดว่าโอเคนะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศึกษาผลกระทบอุบติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หนุนยกระดับระบบเฝ้าระวังของไทย
บทความถัดไปฟังบทวิเคราะห์แฟนพันธ์ุแท้ลิเวอร์พูล กับโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย(คลิป)