อีกมุมกรณีเพื่อนโชค นัก กม.จี้เคลียร์ ‘อำนาจตรวจค้น’ ของ ตร.อย่าให้ละเมิด ปชช.

11.05.19 | 17:32 น.

กรณีคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จ.นครศรีธรรมราช ขอตรวจใบอนุญาตขับขี่ โดยผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวถูกสั่งย้าย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรรายนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม เพราะเป็นการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ชัดเจนนั้น

อ่าน : ‘บิ๊กตู่’ สั่งสอบคนในคลิปเป็น ‘ขรก.ศาล’ จริงหรือไม่ ให้ ตร.ย้าย ส.ต.ต.จราจรกลับที่เดิม

อ่าน : “ศรีวราห์”เผย ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบ ผกก.ทุ่งใหญ่ เอง

อ่าน : ‘ไม่ได้นิ่งนอนใจ’เลขาฯศาลยุติธรรม ส่งหนังสือให้อธิบดีศาลทุจริต ภ.8 เเจงคลิป’ขอตรวจใบขับขี่’

อ่าน : ‘ผกก.โชคดี’ โพสต์แจง นำลูกน้องขอโทษ ‘อธิบดีศาล ภ.8’ หวั่นถูกฟ้องภายหลัง ก่อนลบทิ้งอย่างเร็ว

Advertisement

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

กรณีดังกล่าว นอกจากวิจารณ์ท่าทีของอธิบดีผู้พิพากษาแล้ว ในอีกมุมหนึ่ง ยังขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้อำนาจในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

โดยแวดวงวิชาชีพกฎหมายบางส่วน เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เกี่ยวพันกับหลักการสำคัญในการใช้อำนาจตรวจค้นของตำรวจที่อาจกระทบความสงบสุขต่อประชาชน ต้องพิจารณาจากข้อกฎหมายให้มีข้อยุติว่าในเหตุและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจมีอำนาจตรวจค้นได้โดยชอบหรือไม่ อย่างไร หรือจะต้องมีเหตุยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้เสียก่อน

ที่ผ่านมา ประชาชนได้รับผลจากการตั้งด่านตรวจค้นในที่สาธารณะของตำรวจมายาวนานว่า น่าสงสัยว่า แท้จริงแล้วตำรวจควรมีขอบเขตการปฎิบัติหน้าที่อย่างไร ตำรวจมีอำนาจโดยชอบอย่างเด็ดขาดที่จะตรวจค้นบุคคลผู้สัญจรไปมาได้ทุกกรณี โดยไม่ต้องอ้างเหตุตามกฎหมายอย่างที่ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
หรือจะให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิของประชาชนไปพร้อมกันด้วย การตรวจค้นต้องมีเหตุตามกฎหมายดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 ห้ามมิให้มีการค้นบุคคลใดในที่สาธารณะ เว้นแต่ตำรวจเป็นผู้ค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด

กรณีของอธิบดีศาลกับตำรวจ ไม่ควรปล่อยผ่านไป โดยไม่มีการโต้แย้งตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของตำรวจเสียก่อน มิฉะนั้นก็จะเป็นบรรทัดฐานให้ประชาชนเสียสิทธิ จำต้องยอมรับการตรวจค้น การปฏิบัติของตำรวจตลอดไป