‘บิ๊กอวบ’ นำชุดยุทธการสยบไพรี รวบ ‘โต๊ด ลาดกระบัง’ ผจก.เอเยนต์ยาวัยกระเตาะ

13.05.19 | 12:05 น.

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 13 พฤษภาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 นำกำลังตำรวจ ปส. จับกุมนายจัตุรงค์ พึ่งพรหม อายุ 26 ปี หรือ “โต๊ด ลาดกระบัง” ชาวกรุงเทพฯ ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิด และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ พร้อมยึดทรัพย์สิน เป็นบ้าน 2 หลัง มูลค่า 5,000,000 บาท รถยนต์ 3 คัน มูลค่า 9,000,000 บาท เครื่องประดับทองคำ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน 1 กระบอก และของกลางอื่นอีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
ตาม “ยุทธการสยบไพรี 62/13 end game จุดจบซาตานเมืองกรุง” โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในโครงการจัดสรรแห่งหนึ่ง ซอยราษฎร์พัฒนา 15 ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ


พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า นายจัตุรงค์ ผู้ต้องหาทำหน้าที่สั่งซื้อและติดต่อประสานงานกับเจ้าของยาเสพติดโดยตรงจากแหล่งผลิตทางพื้นที่ชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการขยายผลจับกุมมาจากคดีเมื่อปี 2559 ที่กำลังตำรวจบุกทลายปาร์ตี้เอเยนต์ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ของ นายศดายุ เหลืองประดับใจ หรือ “โน๊ต เขาใหญ่” ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนที่ปี 2560 จะติดตามจับกุมเครือข่ายของนายวันเฉลิม กมลเลิศ “โน๊ต ดินแดง” พบว่าทั้งสองกลุ่มนี้ ต่างมีความเชื่อมโยงกัน สามารถขอยืมยาบ้าระหว่างกันได้ นอกจากนี้ จากแนวทางสืบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหามีความสัมพันธ์โดยตรงกับนักค้ายาเสพติดที่หลบหนีหมายจับของทางราชการไทย เช่น นายวัชรพงษ์ ซื่อตรง หรือ สจ.อยุธยา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวต่อว่า ลักษณะการกระทำผิดของเครือข่ายยาเสพติดจะมีการแบ่งขั้นตอนระหว่างฝ่ายลำเลียง และผู้สั่งซื้อ โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดนั้นจะไม่รู้จักกัน เพียงแต่ส่งให้กับผู้ลำเลียงเป็นทอดๆ เว้นแต่ผู้สั่งซื้อที่จะรู้จักกับหลายฝ่าย ซึ่งคาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการมากพอสมควร และยังพบว่านายจัตุรงค์ มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้สั่งยาเสพติดรายอื่นๆ โดยกระทำกันมานานเกินกว่า 3 ปี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมจนกระทั่งขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายจัตุรงค์ได้ในที่สุด

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าตนชื่อนุ้ก ไม่ได้ชื่อโต๊ด แต่รับว่าบ้านอยู่ย่านลาดกระบัง ส่วนบ้านหลังที่อาศัยอยู่เป็นของแฟน ซึ่งอยู่มานานกว่า 3 ปีแล้ว ขณะที่เงินหมุนเวียนดังกล่าวตนได้มาจากธุรกิจขายโทรศัพท์มือสองย่านจตุจักร ไม่ได้รู้จักกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ยืนยันสามารถชี้แจงที่มาที่ไปของเงินได้ทุกอย่าง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลสืบหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลอีก 12 จุด ก่อนไล่ตรวจยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯต่อไป
/////

Advertisement