สำรวจพื้นที่แล้ง น้ำแห้งขอด ลุ้นฤดูฝนเติมเต็ม

14.05.19 | 16:14 น.
ลุ่มน้ำยม พิจิตร

นับเป็นความเดือดร้อนแสนสาหัสกับภาวะความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นตามภูมิภาคทั่วไทย แหล่งน้ำใหญ่ทั้งจากธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำ ต่างประสบปัญหาระดับน้ำลดต่ำลงจนเนินทรายโผล่ปรากฏให้เห็นจนน่าใจหาย ประชาชนในพื้นที่ต่างประสบปัญหาหนัก ทางการพยายามเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อประคองให้อยู่รอดไปจนถึงเดือนมิถุนายนที่จะเข้าสู่หน้าฝนอย่างเต็มตัว

แต่ขณะนี้ภาวะ “ภัยแล้ง” ในพื้นที่ใหญ่ๆ จากเดิมเป็นแหล่งเก็บน้ำใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตคน สัตว์และพืช กลายมาเป็นพื้นที่ “วิกฤต” ที่ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ทะเลสาบดอยเต่า อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งต้นน้ำของเขื่อนภูมิพล จ.ตาก พบว่าน้ำลดระดับลงจนถึงขั้นแห้งขอดหนักที่สุดในรอบปี นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานชลประทานที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ระดับน้ำของทะเลสาบดอยเต่าค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ จากการใช้น้ำในพื้นที่ตอนล่างของเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ที่ต้องส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรด้านล่าง

“เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 4-5 ปีแล้ว ประกอบกับพื้นที่ตอนล่างเขื่อนมีการใช้น้ำปลูกข้าวนาปรังเกินแผนที่กำหนด จำเป็นต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนลงไป ทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบดอยเต่าลดลงตามลำดับ”

นายปกรณ์ ภูดอนตอง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า เล่าให้ฟังในฐานะชาวบ้านชุมชนรอบทะเลสาบว่า ระดับน้ำลดลงอย่างมาก จากที่เคยเห็นน้ำปริ่มอ่าง แต่ตอนนี้น้ำลดห่างลงลึกมากกว่า 10 กิโลเมตร แพที่เคยให้บริการนักท่องเที่ยวกลายเป็นแพติดบก

Advertisement

“ปีนี้แล้งกว่าปีที่แล้ว น้ำต้นทุนที่เคยปล่อยเข้าเขื่อนภูมิพลลดลงไปมากกว่า 50% กระทบไปหมดทั้งการท่องเที่ยวและการเกษตร สวนลำไยล้มตายไปมาก ชาวบ้านที่มีบ่อน้ำบาดาลใต้ดินเป็นบ่อน้ำลึกก็ยังช่วยตัวเองได้ ปลาบางชนิดจะสูญพันธุ์ไปเพราะน้ำลดคนแห่จับกันง่ายขึ้น แม้แต่วัวควายก็หากินลำบาก”

ด้านภัยแล้งในพื้นที่ จ.ตาก เมื่อไปดูที่อ่างเก็บน้ำห้วยลึก หมู่ 8 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ระดับน้ำลดลงจนแห้งขอด จากปริมาณน้ำในอ่าง 5.8 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ลดลงคงเหลือ 1.2 ล้าน ลบ.ม. ฝนยังไม่ตกลงมา นายนพดล สีจ๊ะแปง อายุ 52 ปี เกษตรกรตำบลแม่ปะ กล่าวว่า ถ้าเดือนหน้าไม่มีฝนตกลงมาจะส่งผลกระทบกับชาวเกษตรกรแม่ปะแน่นอน น้ำประปาหมู่บ้าน 11 หมู่บ้าน จะไม่มีน้ำใช้

ใครจะคิดว่า “บึงน้ำบอระเพ็ด” ที่ฝนแทบไม่เคยตกลงมาหลายเดือนก็ตกอยู่ในสภาพโคม่าไม่แพ้กัน ถูกจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งและเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ 132,737 ไร่ กว้างใหญ่ต่อเนื่องถึง 3 อำเภอของ จ.นครสวรรค์ ทั้ง อ.เมือง ท่าตะโกและชุมแสง ยังประกอบด้วยสัตว์น้ำและพืชน้ำมากมาย ยังรวมถึงนกเป็ดน้ำที่มักจะอพยพหนีหนาวมาที่บึงแห่งนี้

ปัจจุบันระดับน้ำในบึงเหมือนรั่วหายไป ส่อเค้าวิกฤตรุนแรงในรอบ 10 ปี เกษตรกรที่อยู่รอบบึงอาศัยน้ำที่นี่เลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกต่างระทมไปตามๆ กัน

บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์

นายวิวัฒน์ ปรารมภ์ ประมงจังหวัดนครสวรรค์ เผยว่า ฝนที่ทิ้งช่วงนานน้ำในบึงบอระเพ็ดลดลงต่อเนื่องเหลือ 10 กว่าล้าน ลบ.ม.เท่านั้น เกินจุดวิกฤตปริมาณน้ำในบึงบอระเพ็ดแล้วกว่า 1 เมตร บึงบัวหลายสายพันธุ์เริ่มแห้งตาย สันดอนกลางบึงมองเห็นสุดลูกหูลูกตาตอไม้โผล่หลายจุด ชาวบ้านอาศัยน้ำลดไล่หาปลากันจำนวนมากขึ้น

“หวั่นว่าพันธุ์ปลาจะได้รับผลกระทบ เพราะชาวบ้านอาจจะใช้วิธีการจับปลาแบบผิดกฎหมาย จึงต้องจัดชุดเฝ้าระวังไว้ รวมทั้งจระเข้น้ำจืดจำนวน 23 ตัว ที่ทางกรมประมงฝังชิปปล่อยไว้ในบึงบอระเพ็ดจะได้รับผลกระทบ กลัวว่าจะโดนล่าได้ จึงต้องตรวจสอบการเคลื่อนไหวของจระเข้ตลอดเวลา”

ขณะที่แม่น้ำยมใน จ.พิจิตร มีต้นกำเนิดในขุนยวมทิวเขาผีปันน้ำ ในเขต อ.ปง จ.เชียงราย ไหลผ่านเข้า จ.พิจิตร ที่ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และโพทะเล ก็เกิดวิกฤตหนัก ชาวบ้านไม่ต้องใช้เรือเพราะไม่มีน้ำ สามารถเดินเท้าข้ามไปมากันได้ ชาวนาที่เคยใช้น้ำยมปลูกข้าวก็รอดูข้าวยืนต้นตายกัน ถึงขั้นที่ชาวนาหมู่ 3 บ้านวังเทโพ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ต้องขุดเจาะบ่อบาดาลกลางแม่น้ำยมที่แห้งขอด หวังจะดึงน้ำใต้ดินที่ลึกลงไปขึ้นมาใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าว

นางประเทือง ฉิมช้าง เกษตรกรชาวนาวังจิก กล่าวว่า ลงทุนทำนา 30 ไร่ แต่ประสบปัญหาภาวะภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปี ถือว่ารุนแรงในรอบ 50-60 ปี ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ข้าวที่ปลูกไว้กว่า 1 เดือน เริ่มขาดน้ำ

จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดที่ประสบภาวะภัยแล้งหนักมากจังหวัดหนึ่ง นายพรเชษฐ์ แสงทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เผยว่า มีหมู่บ้านภัยแล้งขาดน้ำอุปโภคบริโภคแล้วจำนวน 52 หมู่บ้าน 21 ตำบล 9 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง สีคิ้ว สีดา คง โนนสูง ด่านขุนทด วังน้ำเขียว ประทาย และพิมาย

สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักทั้ง 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมอยู่เพียง 356 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 39 ของความจุกักเก็บน้ำทั้งหมด 1,006 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ภาพรวมยังถือว่าน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเขื่อนลำพระเพลิงที่มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 18% ในช่วงนี้จึงยังงดปล่อยน้ำให้เกษตรกรไว้ก่อน เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนตกที่อาจจะเกิดการทิ้งช่วงนานกว่าทุกปี

ด้านน้ำในอ่างเก็บน้ำอำปึล ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่มีความจุทั้งหมด 27 ล้าน ลบ.ม. ก็เจอสภาพเดียวกับที่อื่นๆ เหลือน้ำเพียง 2 ล้าน ลบ.ม. ลดลงฮวบจนน่าใจหายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนินดินที่โผล่ให้เห็นกลางอ่างเก็บน้ำหลายจุดเป็นสัญญาณเตือนภัยร้าย เพราะเป็นแหล่งน้ำสำรองหลักที่ใช้ปล่อยน้ำส่งไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ในการผลิตน้ำประปาให้กับคนเมืองที่ต้องใช้ปริมาณน้ำดิบถึงเดือนละ 1 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงนั้นก็เหลือน้ำไม่มากเช่นกัน จากความจุทั้งหมด 20.8 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันเหลือปริมาณน้ำเพียง 3 ล้าน ลบ.ม.กว่าเท่านั้น

ชาวบ้านบอกกันว่า ปริมาณน้ำในอ่างอำปึลไม่เคยแห้งขนาดนี้มาก่อน ถือว่าในรอบ 50 ปีได้ น่าจะมาจากปีที่ผ่านมาฝนไม่ตก สะสมกับอากาศที่ร้อนจัด ทำให้น้ำแห้งกว่าทุกๆ ปี มีเจ้าหน้าที่มาติดตั้งป้ายห้ามจับปลา เพราะกลัวปลาจะสูญพันธุ์ เกิดมายังไม่เคยเห็นน้ำแห้งขนาดนี้มาก่อน

อ่างอำปึล สุรินทร์

ขณะที่สภาพอากาศร้อนจัดในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี โดยเฉพาะลำน้ำห้วยขาแข้งที่พาดผ่านยาวตลอดพื้นที่ห้วยขาแข้ง เหลือระดับน้ำลดลงอย่างมากแต่ยังไม่ถึงกับแห้งขอด และน้ำที่มีอยู่ในลำห้วยไม่มาก กระทบกับสัตว์ป่าทุกชนิดที่ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำ

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งต้องเร่งจัดทำฝายชั่วคราวกั้นลำน้ำ ตามสภาพพื้นที่ของลำน้ำหรือลำห้วยสาขา เพื่อเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด เพื่อรักษาสมดุลตามธรรมชาติและให้สัตว์ป่ากิน ยังได้ทำบ่อน้ำหลายขนาด ได้ขุดเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้พบว่ายังพอมีน้ำอยู่และมีสัตว์ป่าลงมา

ลงไปที่พื้นที่ 4 อำเภอคาบสมุทรสทิงพระของ จ.สงขลา ประกอบด้วย อ.สิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธุ์ และระโนด ฝนที่ทิ้งช่วงมาตั้งแต่ปลายปีส่งผลต่อคลองอาทิตย์ อันเป็นคลองสายหลักที่ใช้เพื่อการเกษตรแทบไม่มีน้ำหลงเหลือ โดยเฉพาะ ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จากผืนน้ำกว้างใหญ่กลายเป็นพื้นดินขึ้นแทน มีหญ้าขึ้นปกคลุม เป็นความสาหัสที่ชาวบ้านยอมรับว่าในรอบ 40 ปีที่อยู่กันมาไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน

นายณรงค์ชัย บัวปลอด กำนันตำบลม่วงงาม กล่าวว่า น้ำในคลองอาทิตย์ไม่มี คลองสาขาก็ยิ่งแย่เพราะต้องสูบน้ำมาใช้เสมอ เกษตรกรปลูกพืชผักและเลี้ยงโคเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ได้ขอให้ชลประทานเข้ามาช่วยขุดลอกคลองอาทิตย์แล้ว ยังขอเครื่องสูบน้ำช่วยดึงน้ำจากทะเลสาบสงขลาเข้ามาช่วย ระยะทางก็ห่างไกลแต่จำเป็นต้องทำ

ขณะที่สภาวะแล้งเป็นเช่นนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งหมายถึงปริมาณน้ำกำลังจะมาเติมเต็ม

หวังว่าน้ำจากฝนจะเข้ามาเติมเต็มได้ทันการณ์