เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้า จากกรณีที่นายคำพองกองแก้ว อายุ 85 ปี ร้องทุกข์ชาวบ้าน ผ่านผู้สื่อข่าว จ.จังหวัดปราจีนบุรีว่า ตนเองพักอาศัยอยู่เพียงลำพังกับภรรยา ล่าสุดถูกการส่วนภูมิภาคประปาสาขากบินทร์บุรี เรียกเก็บค่าน้ำเดือน มี.ค. 14,752.36บาท , เดือน เม.ย.11,796.75บาท ก่อนหน้าปกติเสียเงินค่าน้ำประปาเพียงเดือนละไม่กี่ร้อยบาท โดยการประปาฯให้จ่ายเงินก่อน 2,700บาท แบบผ่อนชำระ ต่อมาลูกทราบเรื่องจึงร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน และ พาเข้าพบกับ นายบรรจง สุวัฒนวิชย์ ผู้จัดการฯ
โดยนายบรรจง สุวัฒนวิชย์ กล่าวว่า ไม่ขอให้ถ่ายทำข่าว-ภาพ ขอคุยกับผู้ใช้น้ำกันก่อน การออกสื่อขอไว้ทีหลัง แต่ในการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ทางผู้ใช้น้ำ ยืนยันว่าไม่มีการใช้น้ำมากขนาดนี้เหมือนกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ ไม่เคยลืมเปิดน้ำทิ้งไว้เป็นเวลานาน ประกอบกับท่อน้ำประปาไม่ได้แตกรั่วไหลแต่อย่างใด
ด้าน การประปาฯ ยืนว่าท่อน้ำประปาแตกภายในบ้าน มิเตอร์น้ำไม่เสียแต่อย่างใด ผู้ใช้น้ำจะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าน้ำตามที่แจ้ง ผู้ใช้น้ำเห็นว่าไม่ได้รับความรับความเป็นธรรม จึงร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชน และจะร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมต่อไป ตามที่ได้นำเสนออย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุดทาง นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้เดินทางไปยังบ้านนายคำพอง กองแก้ว พร้อมกับผจก.ประปาภูมิภาค อ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่ เมื่อช่วงสายวันนี้ที่ผ่านมา ( 17 พ.ค.)
ทางผู้ใช้น้ำ ยังยืนยันว่า ภายในบ้านไม่มีท่อน้ำประปาแตกอย่างใด พร้อมกับยืนยันว่า สาเหตุค่าน้ำแพงน่าจะเกิดจากมิเตอร์น้ำเสีย อยากให้ทางการประปาเปลี่ยนใหม่ให้ เพื่อเป็นการทดลอง หากมีค่าน้ำแพงอีกจะยอมจ่ายค่าน้ำทุกบาท หลังจากได้สำรวจรอบบ้านไม่พบรอยแตก นายอำเภอได้สั่งการให้การประปาเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำทั้งหมด
นายคำพองได้กล่าวว่า หลังจากได้ข้อสรุปแล้ว ตนได้นำกุญแจมาคล้องโซ่ไว้และปิดทับถุงปุ๋ย เพื่อเป็นการป้องกันมือที่ 3 มาทำลายตรงจุดนี้ และจะเดินท่อใหม่ภายในบ้าน
ขณะนี้หายเครียดแล้วหลังจากที่มีนายวัลลพ ประวัติวงศ์ อำเภอกบินทร์บุรี มาเคลียร์ปัญหานี้ให้หลังจากเครียดมานานนับเดือน ต้องขอขอบคุณนายอำเภอที่ลงมาช่วยเหลือประชาชนตาดำๆให้พ้นทุกข์


