เตือนโจ๋ตีใน รพ.อย่าคึกคะนอง ผบ.ตร.สั่งทุกกองบัญชาการเข้มให้สังคมเชื่อมั่น

20.05.19 | 12:22 น.

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีความคืบหน้ากรณีชายจำนวน 1 ราย ได้ถูกวัยรุ่นทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ภายในบริเวณโรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชเลิงนกทา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสื่อออนไลน์ ภายในเขตพื้นที่ สภ.เลิงนกทา ภ.จว.ยโสธร ว่า


ได้รับรายงานจาก สภ.เลิงนกทา ภ.จว.ยโสธร ว่าเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ได้รับแจ้งเหตุ มีชายถูกทำร้ายเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายจำนวน 1 ราย ได้หลบหนีไป บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชเลิงนกทา ต.สวาท อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร จากนั้นพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จึงได้เดินทางออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือนายแสนชัย จันดี อายุ 59 ปี อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์

โดยจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2562 ได้มีการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟประจำปี หลังจากเลิกงานเวลาประมาณ 01.30 น. ได้มีเหตุสมัครใจทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นสองกลุ่ม เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวทั้งสองส่งโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษา ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. ในระหว่างที่ทั้งสองคนเข้ารับการรักษาตัวที่ห้องฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลสมเด็จพยุพราชเลิงนกทา ได้มีกลุ่มญาติของทั้งสองฝ่ายมาเยี่ยมที่บริเวณถนนทางขึ้นด้านหน้าห้องฉุกเฉิน โดยมีผู้ต้องหาเป็นชายจำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ได้พบกับนายแสนชัย เพื่อนของคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บอีกฝ่าย ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมเช่นเดียวกัน จากนั้นผู้ต้องหาใช้กำลังทำร้ายร่างกายนายแสนชัย โดยการชกต่อยที่บริเวณใบหน้าจำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้นายแสนชัยล้มลง ได้รับบาดเจ็บ และได้วิ่งหลบหนี โดยในระหว่างนั้นได้มีกลุ่มญาติของนายแสนชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่อยู่บริเวณนั้น ได้วิ่งเข้าไปช่วยกันสกัดกั้นไล่จับตัวผู้ต้องหา (ตามที่ปรากฏในคลิป) แต่ผู้ต้องหานั้นสามารถหลบหนีไปได้ ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปจำนวนหนึ่ง รวมถึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนั้นได้ลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ รวมถึงตรวจสอบรวบรวมข้อมูลกล้องวงจรปิดโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบว่ามีทรัพย์สินของทางโรงพยาบาลเสียหายแต่อย่างใด

ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 09.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาซึ่งก่อเหตุเป็นชายจำนวน 1 รายได้แล้ว โดยผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ซึ่งให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว พร้อมกันนี้ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่มักใช้ความคึกคะนองและอารมณ์ในการตัดสินแก้ไขปัญหา ไม่เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง และฝากผู้ปกครองช่วยใส่ใจดูแลอบรมบุตรหลาน ปลูกฝังการตระหนักคิดให้รอบคอบและหาทางออกอย่างสันติวิธี เพราะหากได้กระทำลงไปโดยไม่ทันยั้งคิดแล้วย่อมมีความผิดและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการรวบรวมพยานหลักฐานในการออกติดตามตัวผู้ต้องหา จนกระทั่งสามารถนำตัวมารับโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่มีมาตรการในการป้องกันเหตุในลักษณะนี้ การออกตรวจตรา การบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม