รวบ 3 หนุ่มรับจ้างแสนบาทขนยาบ้า 2 แสนเม็ดเข้าเมืองเชียงใหม่

22.05.19 | 12:23 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงการจับกุมผู้ต้องหา ลับลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดสืบสวนภาค 5 ได้ทำการจับกุมตัวนายจะฟะ จะก่า อายุ 22 ปี ,นายสมพร จะลอ อายุ 30 ปี และ นายวงศกร จะลา อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน จำนวน 2 กระสอบ โดยแต่ละกระสอบบรรจุยาบ้าอยู่ประมาณ 100,000 เม็ด รวมของกลางประมาณ 200,000 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบบรรจุกระสุนโดยการหักลำกล้องบรรจุทีละนัด จำนวน 1 กระบอกพร้อมลูกกระสุนรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ผม-699 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ลักลอบนำยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดน โดยมีกลุ่มของนายนายจะฟะ ได้นำรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลข ผม-699 เชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จำนวนมากจากพื้นที่ อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันออกตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวจะใช้วิ่ง จนกระทั่งพบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว จึงได้ประสานไปยัง สภ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ ให้ทำการตั้งจุดสกัดกั้นชั่วคราวขึ้นที่ ตู้จราจรศรีบุญเรือง ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ เพื่อทำการตรวจสอบและทำการจับกุม

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างให้ลักลอบนำมาจากพื้นที่ อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับผู้ว่าจ้างในพื้นที่ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ ได้ค่าจ้างรวม 100,00 บาท โดยได้ค่าจ้างมาแล้วบางส่วน และเมื่อเดินทางไปถึงตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว ทางผู้ว่าจ้าง ถึงจะให้เบอร์โทรศัพท์ผู้ที่รับปลายทาง โดยร่วมกันทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง หลังการสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้กับ นายวงศกร จะลา (ผู้ต้องหาที่ 3) ว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำการตามหน้าที่ ”

ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจับกุมล็อตใหญ่ๆ มาหลายครั้งแล้ว โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ได้ให้นโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติด ทั้งรายใหญ่และรายย่อยในทุกระดับ ทำการซักถาม สืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ประกอบกับมุ่งเน้นให้สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้าไปพื้นที่ชั้นใน หรือแหล่งชุมชน รวมทั้งสถานศึกษาต่างๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยเฉพาะกิจเพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดโดยให้มีการตรวจเข้มในการตรวจคัดกรองยานพาหนะต่างๆ บุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สุ่มเสี่ยงชุมชน แหล่งที่มีการระบาดของยาเสพติดอย่างละเอียดเพื่อการป้องปรามอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกำลังกับทหาร ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านข้อมูลการข่าวและข้อมูลยาเสพติดโดยตลอดเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติด้วย

Advertisement