กทม.จัดใหญ่ประชาพิจารณ์ ‘ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ’ ฉบับใหม่ ชาวบ้านแห่ค้านอื้อ

24.05.19 | 16:22 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย -ญี่ปุ่น) มีจัดการประชุมรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนต่อร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอสาระสำคัญของร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครให้ประชาชนรับทราบ และเปิดโอกาสรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นขั้นตอนตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง 2518 ในการพัฒนากรุงเทพฯ สู่เมืองสร้างสุขอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ครั้งที่ 14) และเวทีนำเสนอร่างผังเมือง ในส่วนของรายละเอียดแผนผังและข้อกำหนด รวมทั้งมาตรการทางผังเมือง เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีส่วนร่วมและเปิดโอกาสในการร่วมแสดงความคิดเห็นหรือสอบถามข้อสงสัย ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กล่าวว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครกำลังเจริญเติบโตในทุกด้าน ทั้งในส่วนของประชาชน พื้นที่ และระบบขนส่งสาธารณะ ที่เห็นชัดจากโครงการก่อสร้างถนน และรถไฟฟ้า การปรับปรุงทางผังเมืองครั้งนี้จึงมุ่งเน้นเรื่องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์และสอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ที่ได้มีการพัฒนามาก่อนหน้านี้ โดยแผนพัฒนาฉบับเดิมกับฉบับใหม่มีความแตกต่างในหลายๆเรื่อง ทั้งการใช้พื้นที่ ที่ดิน รวมถึงโบนัสการใช้พื้นที่ในเส้นทางของการรถไฟฟ้าและขนส่งมวลชน มีการปรับปรุงในเรื่องการให้สิทธิ การโอนสิทธิ มีการพัฒนา TOD เพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้พื้นที่อย่างยืดหยุ่น เป็นต้น

เมื่อถามว่า แผนผังเมืองฉบับใหม่จะมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นเรื่องฝุ่น PM 2.5 หรือเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างไร นายสมชายระบุว่า การปรับปรุงผังเมืองครั้งนี้มีการปรับพื้นที่สีเขียว เนื่องจากเดิมพื้นที่สีเขียวเกิดขึ้นกระจัดกระจาย ครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้เอาพื้นที่สีเขียวมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน หรือเป็นสวนขนาดใหญ่ ซึ่งจะกลายเป็นสวนของทุกคนและยั่งยืนกว่าการที่มีสวนอยู่ในอาคารหรือโครงการเฉพาะบางพื้นที่

Advertisement

เมื่อถามถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการปรับแผนครั้งนี้ นายสมชายกล่าวว่า ต้องมองให้เห็นภาพทั้งหมดด้วยข้อเท็จจริง ซึ่งจะเห็นว่าการพัฒนาผังเมืองครั้งนี้จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนในเรื่องการให้สิทธิต่างๆ คือ 1.เรามองถึงเรื่องสังคมผู้สูงอายุในการให้โบนัสของโครงการที่มีลักษณะเป็นการ day use กับผู้สูงอายุและเด็ก 2.ในเรื่องของการจัดพื้นที่โล่ง พื้นที่ว่างที่มีการพัฒนา และให้สิทธิในการพัฒนาด้วย 3.พื้นที่ริมน้ำที่ ประชาชนที่มีการทำสวนก็จะสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

“ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่าดำเนินการมาถึงกลางทางแล้ว และหลังจากรับฟังในครั้งนี้จะจัดทำร่างพิจารณาข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหา จากนั้นจะนำเข้าคณะกรรมการผังเมืองของกรุงเทพมหานคร เมื่อแก้ไขเรียบร้อยก็จะปิดประกาศและส่งไปยังคณะกรรมการผังเมือง เพื่อปรับแก้ไขตามที่ประชาชนได้ให้ข้อคิดเห็น นำเข้าคณะกรรมการเพื่อจะสรุป และนำเข้าประกาศ 90 วัน ส่งเข้าไปคณะกรรมการผังเมืองของกระทรวงมหาดไทย เมื่อผ่านมหาดไทยแล้ว ก็จะนำเข้าสู่ ครม. ต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของประชุมที่มีการเปิดให้แสดงความคิดเห็นนั้น มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น และเสนอแนวทางพัฒนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ความคิดเห็นเป็นไปในแนวทางที่ไม่เห็นด้วยกับร่างผังเมืองฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 และบางส่วนออกมาต่อต้านเนื่องจากมองว่าการปรับปรุงจะเป็นการเอื้อกลุ่มนายทุนและเอกชนมากเกินไป โดยไม่ได้มองถึงผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ ทั้งเรื่องการเวนคืนพื้นที่ ความแออัดของคนที่จะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนา สภาพแวดล้อมเรื่องปัญหาฝุ่นจากการก่อสร้าง ปัญหาจากการสร้างรถไฟฟ้า เป็นต้น

นางนฤมล เมฆบริวสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในฐานะตัวแทนชาวชุมชนต่างๆในกทม. ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่ ต่อ นายสมชาย เดชากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง โดยขอให้มีการพิจารณาทบทวนใหม่ในหลายประเด็น เนื่องจากร่างผังเมืองมีเรื่องของการที่ไม่ได้ทำกรอบกำหนดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มต้น และขณะนี้เป็นปัญหาในเรื่องของอาคารสูงหรือสิ่งแวดล้อมที่สร้างผลกระทบ

นางนฤมลกล่าวว่า ปัญหาตอนนี้ชุมชนได้รับผลกระทบจากการทำผิดกฎหมาย และไม่ได้ถูกแก้ไขหรือเจ้าหน้าที่ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคิดว่าผลกระทบต่างๆเหล่านี้ถ้าผังเมืองใหม่ในอนาคตวางกรอบกติกาไว้เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาจริง ปี 2580 เราคิดว่ากรุงเทพฯน่าจะเป็นเมืองน่าอยู่ตามเจตนารมย์รมย์อย่างที่ผังเมืองได้บอกไว้ เพราะตอนนี้มีปัญหาสิ่งแวดล้อม การจราจร หรือปัญหาที่อยู่อาศัยที่กรุงเทพฯแออัดอย่างมาก จึงควรจะมีการทบทวนในเรื่องมาตรการการจัดการปัญหานี้ เพราะถนนที่ท่านกำหนดไว้ 16 เมตรตอนนี้กรุงเทพฯไม่มีถนน 16 เมตร หรือตึกอาคารสูงที่น้อยกว่า 10,000 ตารางเมตรไม่มี มีแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปทั้งหมด ดังนั้นในการก่อสร้างอาคารสูงเหล่านี้ จึงอยากเสนอให้รัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าไปดำเนินการฝ่ายเดียวและรัฐมารับฟังเอกสารของผู้ประกอบการอีกฝั่งหนึ่ง

“ประชาชนทั่วกรุงเทพฯคาดหวังว่าผังเมืองฉบับนี้จะช่วยควบคุมหรือเป็นมาตรการป้องกัน หรือเป็นเครื่องมือที่จะดูแลประโยชน์ของประชาชนที่เป็นส่วนรวม ไม่ว่าจะเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย สุขลักษณะ หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ประชาชนชาวกรุงเทพตอนนี้ได้รับผลกระทืบจากความแออัดมากขึ้น” นางนฤมลกล่าว