วันที่ 27 พฤษภาคม ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวการจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี โดยปีนี้จะที่บริเวณลานโปรโมชัน 2 และ 3 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ให้ความสำคัญถึงสุขภาพปอด ภายใต้คำขวัญ “บุหรี่ เผาปอด” ซึ่งเผาปอดทั้งคนสูบและคนรอบข้าง โดยทุก 4 วินาที จะมีคนตายจากบุหรี่ 1 ราย ขณะที่คนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ปีละกว่า 7 หมื่นราย ที่น่าห่วงคือ อัตราการสูบบุหรี่ในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เด็กไทยร้อยละ 10 ติดบุหรี่ ช่วงอายุ 10 ปี

ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สำหรับภาษีบุหรี่อัตราใหม่จะชะลอไปเป็นปี 2563 แต่เกิดขึ้นแน่นอน และรัฐบาลก็มีนโยบายควบคุมยาสูบอื่นๆ ชัดเจน เช่น การบังคับใช้กฎหมาย ล่าสุดออกประกาศกำหนดสถานที่สาธารณะ ยานพาหนะ และที่ทำงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ รวมมากกว่า 100 สถานที่ และว่า ส่วนกรณีมีการส่งหนังสือลับถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ล้มคดีฟ้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นั้น ยังไม่เห็นหนังสือฉบับดังกล่าว แต่ยืนยันว่า เมื่อเป็นคดีแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามคดี
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากเริ่มหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไปเพียงครั้งเดียว สารพิษหลายร้อยชนิดจะเริ่มทำลายปอด ทำให้หายใจระคายเคือง ไอ หายใจไม่สะดวก ติดเชื้อหรือมีอาการแทรกซ้อน โดย 4 โรคร้ายที่เกิดจากบุหรี่ทำลายปอด ได้แก่ มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง วัณโรค และโรคภูมิแพ้ ซึ่ง 5 อันดับแรกเสียชีวิตจากบุหรี่ ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง ปอดอักเสบ และวัณโรค ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป
ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เมื่อปี 2531 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ คือ ผู้ริเริ่มให้บุคลากรของ สธ.ดำเนินการควบคุมยาสูบในประเทศไทย โดยให้ร่างแผนควบคุมยาสูบเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ
“ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมาย พล.อ.เปรม เป็นคนสั่งห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในทำเนียบรัฐบาลทั้งในและนอกห้องประชุม ในปีเดียวกัน เป็นต้นกำเนิดวันไม่สูบบุหรี่โลก ครั้งที่ 1 ประเด็นบุหรี่หรือสุขภาพ คุณต้องเลือกสุขภาพ เพราะตอนนั้นทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 2.5 ล้านคน มีการใช้สโลแกนว่า เท่ากับจำนวนคนตายวันละ 7,000 คน เท่ากับเครื่องบินจัมโบเจ็ตตก 20 ลำต่อวัน ก็คิดว่าเหมาะสมที่จะนำมากล่าวในที่นี้ โดยเฉพาะคุณูปการของ พล.อ.เปรม ที่ได้ริเริ่มนโยบายควบคุมยาสูบในประเทศไทย เป็นแผนแม่บท มีการร่างคณะกรรมการควบคุมยาสูบ มีการร่างกฎหมายตามมา” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จากข้อมูลปี 2560 พบว่า มีผู้สูบบุหรี่ 10.7 ล้านคน เสียชีวิตด้วยโรคจากบุหรี่ 72,656 ราย ทำให้ตายก่อนวัยอันควรไปถึง 18 ปี โดย ร้อยละ 49 ตายตกโรคปอดที่เกิดจากบุหรี่ สูงสุด คือ มะเร็งปอด ถุงลมปอดพอง ปอดอักเสบ และวัณโรค เสียค่ารักษาพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท สูญเสียจากการที่ต้องขาดรายได้เนื่องจากเจ็บป่วยปีละ 11,762 ล้านบาท และความสูญเสียอันเกิดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรปีละ 131,073 ล้านบาท หรือคิดเป็นความสูญเสียรวมทั้งหมดปีละ 220,461 ล้านบาท เฉลี่ย 20,565 บาทต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี หากเปรียบเทียบกับรายได้ที่รัฐจัดเก็บได้จากภาษีบุหรี่ 68,603 ล้านบาท แล้วต่างกันถึง 3.2 เท่า
นพ.แดเนียล เคอร์เทซ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกและหน่วยงานสหประชาชาติทุกหน่วยงานในประเทศไทยชื่นชมนโยบายที่เข้มแข็งของรัฐบาลไทยในการควบคุมการบริโภคยาสูบ

