ศาลปกครองยกคำข้อทุเลา’กลุ่มกิจการการค้าร่วมบ.ธน โฮลดิ้ง-พันธมิตร’

28.05.19 | 16:52 น.

ศาลปกครองกลางยกคำขอทุเลา “กลุ่มกิจการการค้าร่วมบริษัทธน โฮลดิ้งจำกัดและพันธมิตร”ฟ้อง คกก.คัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯสั่งไม่รับซอง เหตุยื่นเกินกำหนดเวลา หลังอ้างรถติด


เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองในคดีหมายเลขดำที่ 757 / 2562 ระหว่างบริษัทธนโฮลดิ้ง จำกัด ,บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ,บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นต์จำกัด(มหาชน) ,บริษัทช.การช่างจำกัด(มหาชน)และบริษัทโอเรียนท์ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

โดยคดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้ง5ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง5ในนาม”กลุ่มกิจการการค้าร่วมบริษัทธน โฮลดิ้งจำกัดและพันธมิตร”ได้ยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและการเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ออกหลักฐานการยื่นซองข้อเสนอให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง5แล้วประกอบด้วยเอกสารซองที่ไม่ปิดผนึก โดยข้อเสนอ เอกสารซองที่1เรื่องคุณสมบัติทั่วไป,เอกสารซองที่2ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ,เอกสารซองที่3ข้อเสนอด้านราคาและเอกสารซองที่ 4ข้อเสนออื่นๆรวม 11 กล่อง เเละกล่องสำเนา

แต่ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีหนังสือแจ้งผลว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีมติไม่รับข้อเสนอในส่วนของซองที่2 ที่เป็นข้อเสนอด้านเทคนิคและเเผนธุรกิจกล่องที่6และ ซองที่3 ข้อเสนอด้านราคากล่องที่9 เนื่องจากเป็นเอกสารที่ยื่นภายหลังทั้งหมดเวลาการยื่นข้อเสนอ

Advertisement

ผู้ฟ้องคดีทั้ง5เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่รับซองข้อเสนอดังกล่าวพร้อมทั้งขอให้มีคำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาและให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีรับซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไว้พิจารณาตามขั้นตอนการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุนต่อไป

ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้ง5เป็นคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองซึ่งศาลจะมีคำสั่งกำหนดมาตรการทุเลาการบังคับได้ เมื่อมีองค์ประกอบครบทั้ง3 ประการคือ1.กฎหรือคำสั่งทางปกครองที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนั้นน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย2.การให้กฎหรือคำสั่งทางปกครองดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขและ3.การทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้นไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะ

คดีมีปัญหาต้องพิจารณาประการแรกว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่รับซองข้อเสนอบางส่วนของผู้ฟ้องคดีทั้ง5ไว้พิจารณาน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

โดยที่เอกสารการคัดเลือกเอกชนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาข้อ 31 (1)กำหนดว่ากองทัพเรือจะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอในวันที่ 21 มีนาคม 2562เวลา 09:00 น. และปิดการรับซองในวันเดียวกันเวลา 15:00 น. และ(3)กำหนดว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะไม่รับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาการยื่นซองเอกสาร

ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง5 กลับผู้ยื่นข้อเสนออีก2รายได้ไปยังสถานที่รับซองข้อเสนอและลงทะเบียนก่อนเวลา 15:00 น. อย่างไรก็ตามการลงทะเบียนดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งในเบื้องต้นว่าได้ไปถึงสถานที่รับซองข้อเสนอและประสงค์ยื่นข้อเสนอเท่านั้นโดยการรับข้อเสนอจะครบถ้วนตามขั้นตอนก็ต่อเมื่อผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งมอบซองข้อเสนอและกล่องเอกสารให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีก่อนเวลา 15.00 น.

ผู้ถูกฟ้องคดีชี้แจงในชั้นไต่สวนว่าผู้ฟ้องคดีทั้ง5 ยื่นเอกสารกล่องที่6กับกล่องที่9 เกินเวลาปิดรับซองโดยแสดงพยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายบุคคลยกกล่องเอกสารดังกล่าวไปถึงจุดลงทะเบียนในเวลาประมาณ 15.09 น. และผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ยอมรับตามคำแถลงที่แจ้งเพิ่มเติมว่าเอกสารข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีทั้ง5 มีกล่องที่6และกล่องที่9 ไปถึงห้องรับรองชาวต่างประเทศกองบัญชาการทหารเรือในเวลา 15.08 น. เหตุที่ล่าช้าเนื่องจากในวันดังกล่าวการจราจรติดขัดมาก

ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังได้ว่าเอกสารข้อเสนอกล่องที่6และกล่องที่9ของผู้ฟ้องคดีทั้ง5ไปถึงสถานที่รับซองข้อเสนอภายหลังกำหนดเวลาปิดรับซองข้อเสนอ

ซึ่งข้อ 31 (3)ของเอกสารการคัดเลือกเอกชนกำหนดห้ามผู้ถูกฟ้องคดีรับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาดังกล่าวดังนั้นการที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติไม่รับซองข้อเสนอดังกล่าวจึงฟังไม่ได้ว่าเป็นคำสั่งที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนการที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง5อ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีมิได้ถือเอากำหนดเวลายื่นและรับซองข้อเสนอเป็นสาระสำคัญและได้ขยายระยะเวลาการรับซองข้อเสนอโดยปริยาย นั้นประเด็นดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งที่ศาลจะต้องพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพื่อวินิจฉัยในเนื้อหาคดีต่อไป ในชั้นนี้ยังรับฟังไม่ได้ว่าคำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วกรณีก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเงื่อนไขแห่งการมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาประการอื่นอีกต่อไปเนื่องจากถึงอย่างไรก็ไม่ครบองค์ประกอบแห่งเงื่อนไขทั้ง3ประการที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยให้ทุเลาการมีผลของคำสั่งที่ไม่รับซองข้อเสนอบางส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีตามหนังสือสำนักงานบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ จึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลากันบังคับตามคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้องคดีทั้ง5