เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยวิภาวดี 44 ผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบพื้นที่รอบบริเวณบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีบ้านพักในซอยวิภาวดี 44 ซึ่งเจ้าของเป็นลูกอดีตนายตำรวจใหญ่ เลี้ยงไก่กว่า 300 ตัว และบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยขยะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน ร้องเรียนต่อสำนักงานเขตจตุจักรแล้ว แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า โดยพบว่ามีกำแพงติดกันกับบ้านทั้งสองฝั่ง มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น ด้านหน้าประตูรั้วมีสภาพเรียบร้อย แต่ภายในเต็มไปด้วยไก่ ทั้งที่อยู่ในเล้า หรือกรง และถูกเลี้ยงแบบเปิดอยู่จำนวนมาก มีเศษขยะ ดิน ฟาง ข้าวเปลือกกระจัดกระจาย โดยมีลมพัดกลิ่นมูลไก่ ส่งกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก
นายฉัตรชัย ไม่เปิดเผยนามสกุล คนเลี้ยงไก่ เจ้าบ้านหลังดังกล่าว กล่าวว่า เป็นคนรักไก่ และได้เลี้ยงมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งมีคนรู้จักนำมาให้ จึงเพาะพันธุ์เรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันมีไก่พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัว และลูกไก่อีกหลายตัวที่ไม่ได้นับ นอกจากนี้ ยังมีสุนัขอีกด้วย ซึ่งตนก็ทราบว่าเพื่อนบ้านร้องเรียนเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการที่ตนเลี้ยงไก่และสุนัขภายในบ้าน โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งตนได้รักษาความสะอาดแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ ได้ย้ายไก่จำนวนหนึ่งไปไว้ในบ้านที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งอยู่กัน 11 คน ก็ไม่มีใครว่ามีกลิ่นเหม็นเลย ส่วนตัวก็ไม่เคยคุยกับคนข้างบ้านมาก่อน แต่เมื่อมีปัญหา ก็จะพยายามแก้ไข
นายฉัตรชัย กล่าวต่อ ตอนนี้ได้ติดต่อทางลูกน้องให้เตรียมกรงสำหรับใส่ไก่เพื่อเตรียมขนย้ายแล้ว ถ้าเรื่องไม่จบ ก็อยากจะฟ้องข้างบ้านกลับเช่นกัน เพราะเป็นบ้านหลังแรกที่สร้าง 3 ชั้น ทำให้แดดไม่ลงบ้านตนเอง ทั้งที่เมื่อก่อนตนก็เคยทำเรื่องขอสร้างบ้าน 3 ชั้น แต่ไม่ได้รับอนุญาต ต่อจากนี้ จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้จบ
ขณะที่นางเพียร ไม่เปิดเผยนามสกุล เพื่อนบ้าน กล่าวว่า อาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว และมักจะได้กลิ่นเหม็นจากไก่ และมูลไก่ โดยเฉพาะเวลาฝนตก จะมีกลิ่นแรงมาก บางครั้งตนทำความสะอาดขนไก่ และแมลง ที่ปลิวมาอยู่ในรั้วบ้าน ก็จะมีไก่จากบ้านดังกล่าว บินข้ามมาที่บ้านของตน จึงจำเป็นต้องไล่ออกไป ทำให้ต้องปิดประตูป้องกันกลิ่นทุกครั้ง สำหรับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ตนเคยเห็นคนเข้าออกอยู่หลายครั้ง เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว บางครั้งก็จะมีเด็กเล็ก แต่ตนก็ไม่เคยคุยด้วย เพราะดูเจ้าบ้านจะไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร
อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่า เจ้าของบ้านได้เจรจากับเพื่อนบ้านแล้ว บอกว่า จะรักษาความสะอาด ตัดต้นไม้ให้ไม่รก แต่ที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ากลิ่นจะลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น และบ้านก็ยังคงรกร้างเหมือนเดิม เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ก็เดือดร้อน เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์เป็นอย่างมาก จึงอยากให้มีการแก้ไขโดยเร็ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เขตจตุจักร และกรมปศุสัตว์ ได้เข้าเจรจากับนายฉัตรชัย โดยยินยอมให้ทางกรมปศุสัตว์ดำเนินการขนย้ายไก่ คาดว่าจะสามารถขนย้ายได้ภายในสัปดาห์หน้า

