ศาลปกครองไฮเทค เดินหน้าสู่ ระบบ e-Court

30.05.19 | 15:19 น.

ศาลปกครองเดินหน้าสู่ระบบe-Court รองรับการดำเนินการทางคดีตั้งแต่ยื่นฟ้อง-บังคับคดี เข้าตรวจดูข้อมูลได้ทุกสถานที่ทุกเวลา ลดระยะเวลาไม่ต้องมาศาลเองบางขั้นตอน ประหยัด รวดเร็ว


เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม สำนักงานศาลปกครอง ถ.เเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองได้จัดงานแถลงข่าวต่เนื่องในโอกาสศาลปกครองเปิดใช้ “ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชน เป็นวันแรก”

โดยมีนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานการแถลงข่าว และมีนายบุญอนันต์ วรรณพานิชย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ และเตรียมความพร้อมศาลปกครองสู่ศาลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผู้นำเสนอรายละเอียด แนะนำระบบ และวิธีใช้งานระบบดังกล่าวต่อสื่อมวลชน

นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด เปิดเผยว่า ในวันนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการดำเนินงานของศาลปกครอง นั่นก็คือ การเข้าสู่การเป็น “ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Court” ซึ่งจะยกระดับการดำเนินกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ให้อยู่ในระดับสากลนับตั้งแต่ พ.ศ. 2544ที่ศาลปกครองได้จัดตั้งขึ้น ได้พัฒนาระบบการพิจารณาพิพากษาคดีด้วยความมุ่งมั่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ ศาลปกครองอย่างจริงจัง เพื่อที่จะให้สนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีของตุลาการศาลปกครอง และให้บริการแก่ประชาชนและคู่กรณีได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การเป็นศาลอัจฉริยะ หรือ Smart Court โดยมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการคดีและสถิติคดีที่ทำงานในลักษณะ Web-based application เพื่อติดตามสถานะของแต่ละคดี ระบบสืบค้นกฎหมายและกฎออนไลน์ ระบบสืบค้นคำพิพากษา/คำสั่งศาลปกครอง รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อ ณ ที่ทำการศาลปกครองถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งผู้มาติดต่อสามารถใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการติดต่อราชการ และระบบที่จอดรถ ระบบการรับรองเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ด้วยใบรับรองดิจิทัล และให้บริการขอคัดและรับรองสำเนาคำพิพากษาและคำสั่งศาลปกครองในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เป็นต้น

Advertisement

จากความมุ่งมั่นพัฒนาดังกล่าว วันนี้ ศาลปกครองพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเป็น “ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์” โดยจะเปิดใช้ “ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นระบบที่ศาลปกครองพัฒนาขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินการทางคดีตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น คือ การยื่นฟ้อง ไปจนถึงสิ้นสุดกระบวนการพิจารณา คือ การพิจารณาพิพากษา และการบังคับคดี ให้สมกับความเป็นศาลปกครองอัจฉริยะที่จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและคู่กรณีอย่างมีคุณภาพ ให้เป็นไปตามข้อตกลง หรือ Enforcing contracts ภายใต้ดัชนีการจัดอันดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก (โดยจะเปิดใช้งานระบบฯในศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง )ด้วยความสำคัญและความสำเร็จของการพัฒนาระบบดังกล่าวนี้เอง ศาลปกครองจึงได้เสนอ “โครงการพัฒนาศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประชาชน” เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ
แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของปวงชนชาวไทยด้วย

นายบุญอนันต์ วรรณพานิชย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีปกครองทางอิเล็กทรอนิกส์ และเตรียมความพร้อมศาลปกครองสู่ศาลอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์” มีหลักคิดสำคัญ 3ประการ คือ เป็นระบบที่มีมาตรฐานและความชัดเจนทางวิธีพิจารณาคดี และเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง ทุกครั้งที่มีการเข้าใช้งานระบบจะบันทึกผู้เข้าใช้ไว้ทั้งหมด ทำให้ทุกกระบวนการมีความโปร่งใส มั่นคงในการใช้งาน และเป็นระบบที่สามารถใช้งานได้จริง ใช้งานได้ง่าย มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว โดยระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์นี้ จะครอบคลุมทุกกระบวนงานตั้งแต่ การยื่นฟ้องคดี การแจ้งหมายศาล การชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล และการจ่ายสำนวน โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ศาลปกครอง และรับทราบหมายแจ้งและคำสั่งต่าง ๆ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นการลดระยะเวลาในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในบางขั้นตอนได้อย่างมีนัยสำคัญการเข้าใช้ “ระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์” สามารถทำได้โดยสะดวกในทุกเวลา และทุกสถานที่ที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต โดยมีขั้นตอนการเข้าใช้งานที่เรียบง่ายเพียง 2 ขั้นตอนเท่านั้น คือ ขั้นตอนแรก การระบุตัวบุคคลผู้ใช้งาน โดยการระบุชื่อผู้ใช้งาน (user name) และรหัสผ่าน (password) ซึ่งได้รับมาจากการเข้าลงทะเบียนในระบบ และขั้นตอนที่สอง การใช้งานตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เช่น การยื่นฟ้อง การยื่นคำให้การ เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจวิธีการใช้งานได้ด้วยตนเอง และการใช้งานแต่ละส่วนจะเริ่มจากการให้ผู้ใช้งานสามารถเตรียมเรื่องของตนได้เองภายในระบบ เช่น การร่างคำฟ้อง หรือการร่างคำให้การ ฯลฯ จากนั้น ระบบจะให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจทานความถูกต้องครบถ้วนของสิ่งที่ได้จัดทำขึ้น สุดท้าย จึงให้ผู้ใช้งานทำการตกลงใจดำเนินการ เช่น ยื่นคำฟ้อง คำให้การ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าใช้งานสามารถที่จะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลในระบบได้ทุกขั้นตอน และที่สำคัญเมื่อมีการส่งเอกสารผ่านระบบแล้ว ระบบจะดำเนินการตอบกลับอัตโนมัติทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่ยื่นเอกสารผ่านระบบดังกล่าวด้วย