สืบจากหมี “เหยี่ยวดง” ทลายแก๊งค้าสัตว์ป่า รายใหญ่ หลังแกะรอยล่อซื้อลูก “หมีควาย” ส่งของทางรถทัวร์

30.05.19 | 17:17 น.

สืบจากหมี “เหยี่ยวดง”ทลายแก๊งค้าสัตว์ป่า รายใหญ่ หลังแกะรอยล่อซื้อลูก”หมีควาย”ส่งของทางรถทัวร์

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ชุดปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง)กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้ตรวจสอบการค้าสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ต ทางเฟซบุ๊กชื่อ “ฟาร์มมีสุข มีแต่เสียงนก” ซึ่งมีการประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองตั้งแต่ปี 2561-2562 หลายชนิด เช่น นกแก้วโม่ง นกเอี้ยงโครง นกขุนทอง เหยี่ยวเพเรกริน โดยสืบเนื่องจากกรณีมีการสอบสวนพบว่า “ฟาร์มมีสุข มีแต่เสียงนก” มีชื่อจริงว่า นายเอกชัย สีขาว อาศัยอยู่ หมู่ที่ 3 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีการค้าสัตว์ป่าโดยมอบหมายให้ บุคคลที่เกี่ยวข้องดำเนินการคือ 1.มอบหมายให้นายสุขชัย จันทวงษ์ ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “อ้วน ไจแอ้นท์” อาศัยอยู่ท้องที่ ต.บ้านกร่ำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี ติดต่อขายลูกหมีควาย อายุประมาณ 1 เดือนให้กับสายลับของชุดเหยี่ยวดง และนายสุขชัย จันทวงษ์ ได้ส่งมอบลูกหมีควายทางรถยนต์โดยสาร พิษณุโลก-เขาค้อ-กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และสายลับได้รับหมีควายไว้แล้วนำไปลงประจำวันที่ บก.ปทส. แล้ว 2.เจ้าหน้าที่สืบสวนเพิ่มเติมพบว่า นายสุขชัยอาศัยอยู่ที่บ้านเช่า ต.บ้านกร่ำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี จึงนำหมายค้าของศาลจ.สระบุรีเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พร้อมตรวจยึดเหนี่ยวนกเขาชิครา 1 ตัว และจับกุมนายสุขชัยพร้อมยึดโทรศัพท์พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าข้อมูลในโทรศัพท์มีการโอนเงินค่าลูกหมีควายคืนให้กับบุคคลที่ใช้ชื่อ “นวลนภา กรองปราบ”ซึ่งอาศัยอยู่กับ “นายเอกชัย สีขาว”

ชุดเหยี่ยวดงจึงได้ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่าสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า นายเอกชัย มีการซุกซ่อนสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนหนึ่งในบ้านสองหลังที่เป็นของญาติพี่น้อง ในท้องที่ อ.พรหมพิราม จึงรวบรวมเอกสารหลักฐานไปขอหมายค้นที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 103 และ 303 หมู่ 3 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิรามในวันนี้ แต่ปรากฏว่า ไม่พบตัวนายเอกชัย พบแต่น้องชาย และญาติอยู่ในบ้านทั้งสองหลังดังกล่าว โดยพบสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังนี้ 1.บ้านเลขที่ 103 (หลังที่ 1) พบ นกขุนทองจำนวน 1 ตัว และนกกิ้งโครงคอดำ จำนวน 1 ตัว อยู่ในกรงเหล็ก จำนวน 2 กรง โดยมี นายเนียม จงนุช เป็นเจ้าของบ้าน และแจ้งว่าตนเองเป็นญาติของนายเอกชัย ส่วนนกดังกล่าวเป็นของนายเอกชัยฝากเลี้ยงไว้ 2.บ้านเลขที่ 303 (หลังที่ 2 ) พบนกกระรางแก้มแดง อยู่ในกรงไม้ จำนวน 1 ตัว และนกกระรางคอดำหรือซอฮู้ จำนวน 10 ตัว อยู่ในกรงเหล็กจำนวน 17 กรง อยู่ภายในบ้าน โดยมีนายอนุชิต สีขาว เป็นเจ้าของบ้าน และนายอนุชา สีขาว เป็นคนดูแลให้อาหาร ซึ่งทั้งสองคนเป็นน้องชายของนายเอกขัย สีขาว และแจ้งว่า นกดังกล่าว เป็นของนายเอกชัย สีขาว ซึ่งตอนนี้ อยู่จ.พิจิตร และปิดโทรศัพท์ไม่รับสายของบุคคลทั้งสอง

 

Advertisement

 

คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 และ 47 ข้อหา ร่วมกันครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมบุคคลทั้ง 3 คน และ ตรวจยึดสัตว์ป่าของกลางรวมจำนวน 4 ชนิด 14 ตัว และอุปกรณ์การกระทำผิด กรงนก จำนวน 20 กรง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฏหมาย และขอให้ออกหมายเรียก นายเอกชัย สีขาว มาดำเนินคดี ในข้อหา ค้า และครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมอบให้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เป็นผู้กล่าวโทษ และเก็บรักษาของกลางจำนวนดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้การจับกุมครั้งนี้เป็นการทลายขบวนการค้าสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ตรายใหญ่อีกรายหนึ่ง ของคณะเจ้าหน้าที่ และจะได้สืบสวน ขยายผล จับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือให้ได้ต่อไป