เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. และผู้บังคับบัญชาแต่ละสังกัด ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงการจับกุม น.ส.ภาวินี หรือ เตย ใคร่นุ่นสิงห์ อายุ 31 ปี กระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยปลอมเป็นนายหน้าหลอกปล่อยเช่าคอนโดผ่านช่องทางต่างๆ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2.5 ล้านบาท จับกุมได้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ปิยะ สืบเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำตนเป็นนายหน้าฝ่ายขายและปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม โดยโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ก่อนมีผู้เสียหายชาวไทยและต่างชาติ ติดต่อเข้ามาขอเช่า จากนั้น ผู้ต้องหาจะเก็บค่าเช่าล่วงหน้ารวมถึงเงินมัดจำพร้อมกัน จากนั้นคนร้ายจะเชิดเงินพร้อมลบโฆษณาดังกล่าวทิ้งและหลบหนีหายไป โดยไม่ได้นำเงินที่ได้จากเหยื่อไปชำระกับเจ้าของห้องที่ฝากมาปล่อยเช่า
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายชาวต่างชาติอีกหลายราย ที่ถูก น.ส.ภาวิณี ลวงให้เซ็นชื่อในเอกสารต่างๆ เพื่อจ่ายเป็นค่าโอนกรรมสิทธิ์ คอนโดมิเนียม ค่าประกันและค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงหลอกเอาเงินค่าปรับการไม่แจ้งที่พักอาศัยบุคคลต่างด้าวกับเจ้าหน้าที่

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อ สำหรับคดีในความผิดฐานฉ้อโกง ยังมีรายงานสรุปการจับกุมตัวผู้กระทำผิดแก๊งโรแมนซ์สแกม รอบเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมจำนวน 60 ราย และผู้ต้องหา ในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวม 44 ราย ผู้ต้องหาทั้งสองคดีเป็นชาวไทยทั้งหมด ซึ่งมาตรการเยียวยาผู้เสียหายครั้งที่ 14 สามารถอายัดเงินผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ท่าข้าม เต็มจำนวน 128,113 บาท อย่างไรก็ตาม ศปอส.ตร. มีสถิติรับแจ้งเหตุในห้วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤษภาคมกว่า 307 คดี มูลค่าความเสียหาย 162,330,147 บาท
“หากมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงแต่ยังไม่ได้ไปร้องทุกข์ ขอให้มาแจ้งที่ ศปอส.ตร. สายด่วน 1155 หรือมาติดต่อได้โดยตรงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าว

