ทส. ร่วมกับ สมาคมผู้จัดพิมพ์ ผู้ขายหนังสือ MOU ลดใช้พลาสติก ห่อปก

31.05.19 | 16:58 น.

ทส. ร่วมกับ สมาคมผู้จัดพิมพ์ ผู้ขายหนังสือ MOU ลดใช้พลาสติก ห่อปก

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส. พร้อมด้วยนางสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่วยหนังสือแห่งประเทศไทย ศ.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ศาสตรจารย์กิตติคุณ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านจำหน่ายหนังสือ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “อ่านรักษ์โลก : ลดใช้พลาสติก” เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจในการลดการใช้พลาสติกในประเทศไทย และส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การลดปริมาณขยะของโลก ส่งผลต่อการรักษาธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

นายวิจารย์ กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีปริมาณพลาสติกมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ประมาณ 27 ล้านตันต่อปี รวมทั้งมีพลาสติกที่ถูกทิ้งตกค้างอยู่ตามแหล่งน้ำจำนวนกว่า 1.3 ล้านตัน และสัตว์ทะเลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้ง ซึ่งขยะพลาสติกส่วนใหญ่มาจากทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย เพราะท้องทะเลไม่มีเขตจำกัดขยะทะเลจึงลอยไปได้เรื่อยๆ และนับเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาและร่วมกันลดขยะพลาสติก

นางสุชาดา กล่าวว่า ทั่วโลกมีขยะพลาสติกสะสมกว่า 9,000 พันล้านตัน ในจำนวนนี้กลายเป็นขยะตกค้างที่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ประเทศไทยมีการใช้พลาสติกเป็นอันดับต้นๆของโลก ประมาณ 27 ล้านตัน/ปี และมีขยะลงไปในแม่น้ำกว่า 1.3 ล้านตัน ซึ่งการใช้พลาสติกยังคงมีใช้อยู่อย่างแพร่หลายและกลุ่มผู้ผลิตหนังสือและผู้จำหน่ายหนังสือก็ใช้พลาสติกในการผลิต เช่น การเคลือบพลาสติกให้ดูสวยงาม การหุ้มพลาสติกเพื่อง่ายต่อการขนส่ง การห่อปกด้วยพลาสติก และใช้ถุงพลาสติกในการใส่หนังสือ หากคำนวณแค่การใช้ห่อปกหนังสือและถุงพลาสติกมีการใช้พลาสติก 220,744 กิโลกรัม/ปี ในจำนวนพลาสติกเหล่านี้อาจตกค้างอยู่ในโลกอีกหลายร้อยปี สมาคมฯ จึงมีแนวทางในการลดขยะพลาสติก โดยขอเป็นสื่อกลางกับร้านจำหน่ายหนังสือ ประกอบด้วย ร้านซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ ร้านนายอินทร์ ร้านบีทูเอส ร้านเอเซีย บุ๊คส์ ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้จำหน่ายหนังสือร้านอื่นๆ ที่เข้าร่วม พร้อมกับหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดพลาสติก ลดภาวะมลพิษต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมต่อไป

Advertisement

 

 

ด้านผศ.ธรณ์ กล่าวว่า ล่าสุดตนมีโอกาสได้ไปประเทศมัลดีฟส์ และนั่งเรือออกไปเกาะร้างที่ไม่มีผู้คนอาศัย ไม่มีนักท่องเที่ยว ซึ่งห่างจากแผ่นดินใหญ่รอบด้านนับพันกิโลเมตร แต่ตนกลับพบว่าบนเกาะร้างแห่งนั้นมีแต่ขวดพลาสติก นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าพลาสติกส่งผลกระทบกับท้องทะเลอย่างร้ายแรง และจากสถิติพบว่าเต่าทะเลที่เกยตื้นและต้องตายจากพลาสติกเฉลี่ยวันละ 2 ตัว นอกจากนี้เรายังเห็นว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นๆจำนวนมากก็ต้องตายเพราะขยะพลาสติก แต่อย่างไรก็ตามอย่ามองว่าพลาสติกเป็นผู้ร้าย เพราะพลาสติกก็สามารถทำรายได้อย่างมหาศาล เพียงแต่ ต้องใช้พลาสติกอย่างชาญฉลาด การนำกลับมาใช้ใหม่ สิ่งสำคัญคือการรณรงค์ลดใช้