กทม. ฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ ฟรี 4 มิย.-4 สค.
วันที่ 1 มิถุนายน นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า กทม.ห่วงใยสุขภาพอนามัยของประชาชน สืบเนื่องจากสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ของทั้งประเทศเมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ป่วยสะสม จำนวน 145,972 ราย เสียชีวิตแล้ว 10 ราย สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 43,108 ราย และพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มักพบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วงอายุ 0 – 14 ปี สำหรับกลุ่มที่พบว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย คือ กลุ่มเด็กเล็กและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า สำนักอนามัย ได้ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กอายุ 2 เดือน ถึง 6 ปี ผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการติดเชื้อเอชไอวี และผู้ที่มีภาวะอ้วนน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไปหรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และบุคคลทั่วไป โดยสามารถไปรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ทั้ง 68 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2562 เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า สำหรับ มาตรการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ได้แก่ การหลีกเลี่ยงไปในสถานที่แออัด อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านเกม โรงเรียนสอนพิเศษ คอนเสิร์ต ในลิฟต์ มาตรการดูแลสุขอนามัยและความสะอาด ในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่และโรคต่างๆ ร่วมด้วย เช่น โรคมือเท้าปาก โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น รวมทั้งกำหนดแนวทางการตรวจคัดกรองเด็ก การใส่หน้ากากอนามัย และการดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้หากมีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย ควรหยุดเรียน หยุดงาน และป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยจนกว่าจะหายเป็นปกติ และควรนอนแยกห้องกับผู้อื่น ซึ่งหากภายใน 3 วัน อาการไข้ไม่ลดลง ร่วมกับมีอาการซึม อ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้ หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือกลุ่มงานโรคติดต่อทั่วไป กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2887-8 ในวันและเวลาราชการ

