“จักรทิพย์”เซ็นย้ายรองผบช.สตม.-รองผบก.ตม.2 ช่วยราชการท่องเที่ยว ลือสะพัดปม”ไบโอแมทริกซ์” ที่ตำรวจ 2นาย พบผิดปกติเกี่ยวข้องกับโครงการใหญ่สตม.
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน แจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ลงในนามบันทึกข้อความถึงผบช.สกพ.ในคำสั่งตร.ที่ 0009.232/3856 ลงวันที่ 31 พ.ค. ให้ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการในสังกัดตร. โดยให้ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผบช.สตม.ไปปฎิบัติราชการที่ บช.ทท. ตามทึ่ ผบช.ทท.มอบหมายเป็นครั้งคราว โดยไม่ขาดจากต้นสังกัด มีกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. เป็นต้นไปหรือจนกว่าคำสั่งจะมีเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันทาง พ.ต.อ.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ รอง ผบก.สกพ.ปฎิบัติราชการแทน ผบก.สกพ.ส่ง หนังสือถึง ผบช.ทท.และผบช.สตม. โดยอ้างถึงกรณีที่ตร.มีบันทึกลง 31 พ.ค. 62 ให้ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รอง ผบก.ตม.2 ไปปฏิบัติราชการที่ บช.ทท. เพื่อปฏิบัติหน้าทึ่ตามที่ ผบช.ทท. มอบหมาย เป็นครั้งคราว ไม่ขาดจาก ต้นสังกัด มีกําหนด 1ปี นับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. เป็นต้นไปหรือจนกว่าคำสั่งจะมีเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปฏิบัติราชการของ บช.ทท. ซึ่งมีภารกิจสําคัญในการดูแลนักท่องเที่ยว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
ข่าวแจ้งว่า สำหรับสาเหตุในการโยกย้ายข้าราชการตำรวจทั้งสองนายไปช่วยราชการบช.ทท. ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ในแวดวงสีกาสี โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจในสังกัดตรวจคนเข้าเมืองต่างคาดการณ์ว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่นายตำรวจทั้งสองนายพบความผิดปกติในการส่งมอบงานในการจัดซื้อจัดจ้างคุรุภัณฑ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยในรายของพล.ต.ต.กฤษกร ถือเป็นมือทำงานด้านกฎหมาย โดยในสมัย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นผบช.สตม. มีบทบาทในการควบคุมหน้างานบริหารและตรวจสอบโครงการดังกล่าว ขณะที่ พ.ต.อ.ภูธร ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจรับพัสดุรายการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าว ก่อนที่ทางสำนักงานส่งกำลังบำรุง(สกบ.) ได้มีบันทึกข้อความที่0008.221 / 897 ลงวันที่ 25 เม.ย.ถึง ผบ.ตร.ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงกรรมการตรวจรับพัสดุรายการจัดซื้อครุภัณฑ์โครงการดังกล่าว โดยพ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผบก.ตม.2 เป็นกรรมการ แทนที่ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล
สำหรับเครื่องไบโอเมตทริกซ์ที่ทดสอบการติดตั้งอยู่บางสนามบินในปัจจุบันพบว่าเครื่องที่นำมาทดสอบไม่มีความเสถียรภาพในการตรวจเหมือนเครื่องระบบคัดกรองผู้โดยสารที่ปัจจุบันติดตั้งใช้อยู่ ส่วนเครื่องไบโอเมตทริกซ์ที่ทดลองติดตั้งใช้นั้นเมื่อมีบุคคลตามหมายเล็ดลอดผ่านเข้า-ออก เครื่องไม่สามารถอ่านค่าหรือตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทำให้ผู้ที่มีหมายจับผ่านเข้าประเทศได้ จึงเกิดปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งเครื่องไบโอเมตทริกซ์มีราคาสูงถึง 2,116 ล้านบาท


