บอร์ด สปสช.อนุมัติ ‘วัคซีน’ แสนโด๊ส สกัด ‘หัด คางทูม หัดเยอรมัน’

5.06.19 | 18:33 น.

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ประธานบอร์ด สปสช.) เป็นประธานประชุมบอร์ด สปสช. ทั้งนี้ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยเครือข่ายหน่วยบริการโรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี สนับสนุนวัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (Measles-Mumps-Rubella Vaccine: MMR) ให้กับกรมควบคุมโรค จำนวน 1 แสนโด๊ส เพื่อใช้ในโครงการรณรงค์ให้วัคซีนหัดตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย ปีงบประมาณ 2562

ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยพบการแพร่ระบาดโรคหัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 มีรายงานผู้ป่วย 1,449 ราย สูงกว่าปี 2559 ถึง 2 เท่า และปี 2561 มีผู้ป่วย 2,925 ราย เสียชีวิต 3 ราย โดยมีแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่รับวัคซีนไม่ครบเกณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มระบาดมากขึ้นในคนอายุ 20-40 ปี ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่มาก
“เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและให้บรรลุเป้าหมายการกำจัดโรคหัดให้สำเร็จทั่วทั้งภูมิภาคภายในปี 2563 ตามมติการประชุมสมัชชาอนามัยโลก ครั้งที่ 63 และประเทศไทยกำหนดเป้าหมายให้อุบัติการณ์ของโรคหัดไม่เกิน 1 ต่อประชากร 1 ล้านคน และไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศ (Zero Endemic Case) ในปี 2563 โดยเพิ่มและรักษาระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์” ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าว

นอกจากนี้ ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า กรมควบคุมโรค สธ.ได้เสนอของบประมาณจัดซื้อวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ 93.41 ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง 54.15 ล้านบาท ในส่วนที่เหลือให้ สปสช. โดยเครือข่ายหน่วยบริการ รพ.ราชวิถี สนับสนุนวัคซีนให้กรมควบคุมโรค จำนวน 1 แสนโด๊ส เป็นเงิน 22.25 ล้านบาท และที่ประชุมบอร์ด สปสช.ได้มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณได้แจ้ง และเป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและยุทศาสตร์ สปสช.นำเสนอ โดยจะดำเนินการในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเก็บตกกลุ่มเด็กแรกเกิด ถึง 7 ปี ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนตามปกติ และผู้ที่อยู่รวมเป็นหมู่มาก เช่น เรือนจำ ค่ายทหาร และโรงงาน เป็นต้น และยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในระบบตามปกติ

“บอร์ด สปสช.เล็งเห็นความสำคัญในการยกระดับการป้องกันและลดการแพร่ระบาดโรคหัด เพิ่มความครอบคลุมการเข้าถึงวัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ในกลุ่มที่ประชากรที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เพื่อร่วมผลักดันโครงการรณรงค์ให้วัคซีนหัดตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย” ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าว

Advertisement