ร้องขอความเป็นธรรมด.ญ.อนุบาล3 ถูกด.ช.ป.2ชำเรา ร.ร.เฉย บุกร้องศธ.

6.06.19 | 17:37 น.

กรณีเพจเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เรื่องราวที่ปู่ของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ นักเรียนอนุบาล 3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.อุบลราชธานี ถูกนักเรียนชายห้องเดียวกัน 2 คน เอาหลอดแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ อีกคนได้เอางูใส่เข้ามาจนเลือดไหล จากนั้นได้แจ้งเรื่องไปทางโรงเรียน เหตุการณ์ผ่านมา 5 เดือนยังไม่ได้รับการเยียวยาจากทางคู่กรณีและโรงเรียนนั้น


เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ซอยลาดพร้าว 15 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวของเด็กหญิง 5 ขวบที่ถูกล่วงละเมิดจากจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมแถลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ย่าเด็กหญิง กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 หลังเด็กเลิกเรียนและนั่งรถโรงเรียนกลับบ้านมา ย่าพบรอยเลือดหยดในห้องน้ำจำนวนมาก ทราบภายหลังว่าหลานสาวได้เข้าห้องน้ำคนล่าสุด เมื่อไปหาที่ห้องนอน พบว่าหลานอ่อนโรย เลือดเปื้อนขา และอวัยวะเพศบวมเป่ง โดยเด็กเล่าว่าถูกเพื่อนพี่นักเรียน ป.2 ที่โรงเรียนทำ หลังไปเข้าห้องน้ำเมื่อพักเที่ยงเสร็จ ก่อนจะพาหลานไปหาหมอ โดยหมอแนะนำให้แจ้งความ พร้อมจ่ายยามากิน

ย่า กล่าวต่อ ทางครอบครัวไม่ได้ไปแจ้งความ แต่ปู่ไปแจ้งกับโรงเรียนในวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ทางรองผู้อำนวยการโรงเรียนทราบก็ตกใจ แต่ช่วงหลังกลับมองว่าพวกตนกุเรื่องขึ้นมาเพื่อจะเอาเงิน แม้กระทั่งภรรยาผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเป็นครูในโรงเรียนนั้นไปหาหมอด้วยกันยังพูดว่า “โอ๊ยดีใจนะพรหมจรรย์น้องไม่ฉีก” ทางปู่จึงตัดสินใจไปพบตำรวจที่โรงพักเพื่อขอลงบันทึกประจำวัน แต่ตำรวจลงความเห็นว่าเข้าข่ายร่วมกันกระทำชำเรา จึงแนะให้รีบส่งตัวเด็กให้แพทย์ตรวจ ทางแพทย์ก็ได้ลงความเห็นเหมือนกัน

Advertisement

ย่า กล่าวอีกว่า คณะครูก็ตามไปที่โรงพยาบาลและขอคุยกับหมอ กระทั่งมีหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมาว่า ไม่พบร่องรอย ต่อมา ตำรวจให้หลานสาวชี้ตัวผู้ที่กระทำตามภาพ ซึ่งมีภาพหลอกหลายภาพ หลานสาวก็สามารถชี้ตัวผู้ที่กระทำได้ตรงและถูกต้อง ตำรวจมีความเห็นส่งฟ้อง กระทั่งเดือนเมษายนที่ผ่านมา คดียุติลง ศาลเห็นว่ามีการกระทำผิดจริงแต่เนื่องจากเด็กอายุไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ต้องลงโทษ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามมาตรา 77 ของ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวพ.ศ.2553 ต่อไป

ทั้งนี้ ครอบครัวไม่เคยได้พูดคุยกันกับครอบครัวคู่กรณีทั้งสอง แต่เคยพูดคุยผ่านคนกลาง โดยครอบครัวของเด็กป.2 ก็ไม่เคยเจอหรือรู้จักกันมาก่อน ส่วนครอบครัวของเพื่อร่วมห้องเป็นคนมักคุ้น รู้จักกัน แต่ก็ไม่ได้เคยพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ย่า กล่าวอีกว่า ขณะนี้แผลของหลานหายดีแล้ว แต่สภาพจิตใจในช่วงแรกยังหวาดผวา กลัวคนแปลกหน้า อยู่ห่างปู่กับย่าเกิน 2 เมตรไม่ได้ ไม่คบใคร เงียบเก็บตัว ซึ่งขณะนี้ได้ย้ายโรงเรียนมาแล้ว แต่ยืนยันเรียกร้องให้แก้ไขเด็กที่กระทำผิดควรได้รับการรักษาและควรมีมาตรการในการดูแลเรื่องเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น

นายรณรงค์ กล่าวว่า ในเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิถุนายนนี้ จะพาครอบครัวของเด็กหญิง 5 ขวบที่ถูกล่วงละเมิดจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยื่นหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ตรวจสอบคณะกรรมการที่สอบสวนเรื่องนี้ว่าทำงานล่าช้าไปหรือไม่ พร้อมขอให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนออกนอกพื้นที่ก่อน เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้จะต้องทำเรื่องรายงานมายังส่วนกลาง แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้ทำเรื่องมา และกระทรวงเพิ่งทราบเมื่อช่วงเช้าของวันนี้