เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการ ภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. แถลงจับกุมกลุ่มคนร้ายเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “รับจำนำรถติดไฟแนนซ์” หลอกลวงประชาชนโดยมีผู้เสียหาย 76 ราย สูญเงินกว่า 36 ล้านบาท เข้าร้องทุกข์กับทางศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโยโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร.
พ.ต.ท.วีระ ทิพย์พาหน รองผู้กำกับการสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าคนร้ายกลุ่มนี้มี นายธีรวุฒิ เกียงขวา พร้อมกับพวกเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ “รับจำนำรถยนต์ติดไฟแนนซ์” มีการโฆษณารับจำนำรถติดไฟแนนซ์ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 และอ้างว่าจะเก็บรักษารถยนต์ที่นำมาจำนำไว้ในโกดัง มีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าเป็นแผนหลอกลวงทั้งสิ้น โดยคนร้ายไม่ได้มีเจตนาในการประกอบธุรกิจรับจำนำรถติดไฟแนนซ์จริง แต่พบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีผู้รับจำนำรถยนต์, ผู้รับรถยนต์จากผู้เสียหาย นำรถยนต์มาส่งต่อกับกลุ่มคนร้ายที่เป็นนายทุน นำไปเก็บรักษา และในการรับรถยนต์จะเดินทางมารับรถยนต์ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ซ้ำกัน จากนั้นคนร้ายจึงมอบเงินค่าจำนำรถให้กับผู้เสียหายจำนวนคันละประมาณ 50,000-150,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนำรถยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป โดยที่ผู้เสียหายยังชำระดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้กับกลุ่มคนร้ายโดยโอนเงินเข้าบัญชี นายธีรวุฒิ เกียงขวา
ต่อมา ผู้เสียหายตรวจสอบพบว่ารถยนต์ของตนเองมีบุคคลอื่นการนำไปใช้งาน โดยมีใบสั่งคดีจราจรส่งมายังผู้ครอบครองและรถยนต์บางคันนำไปใช้ในการกระทำความผิดขนยาเสพติดและถูกยึดเป็นของกลาง จึงได้ติดต่อขอไถ่ถอนรถยนต์คืนจากกลุ่มคนร้าย แต่กลุ่มคนร้ายได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนรถยนต์ให้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายได้รับความเสียหายจำนวนมาก
พ.ต.ท.วีระกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ทำสอบปากคำผู้เสียหายและสืบสวนจนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ข้อมูลอันเป็นเท็จตาม ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ขณะนี้สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 2 ราย รวมทั้งนายธีรวุฒิ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพานทอง ส่วนรถยนต์ติดตามคืนมาได้แล้ว 13 คัน ในจำนวนนี้มี 8 คัน ที่เกี่ยวข้องกับทางคดี ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ต้องหากระทำผิดและหลอกลวงในลักษณะเดียวกันอีก

