‘บิ๊กต๊อก’จับมือ ตร.ออสซี่-ปปง.-ดีเอสไอ-ป.ป.ส.-ตร. ตั้งศูนย์ ‘TASKFORCE STORM’

30.05.16 | 14:04 น.

“บิ๊กต๊อก” จับมือ ตร.ออสเตรเลีย-ปปง.-ดีเอสไอ-ป.ป.ส.-ตร. ตั้งศูนย์ปราบยา-อาชญากรรมชาติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายพอล โรบิลลาร์ด เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ร่วมกันเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (THE AUSTRALIAN FEDERAL POLICE : AFP) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของทั้ง 2 ประเทศ ในการปราบปรามยาเสพติดและสารตั้งต้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โดยมี นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายแอนดูร คอลวิน MR. ANDREW COLVIN ผู้บัญชาการตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ร่วมลงนาม ทั้งนี้ ยังร่วมลงนามจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วมด้านการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ (TASKFORCE STORM) โดยมีสำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ

นอกจากนี้ ยังมีการลงนาม 5 ฝ่าย เพื่อร่วมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วมด้านการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ ประกอบด้วย นายณรงค์, นายแอนดริว, พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา (สบ10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

Photo 007-1

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียให้เกียรติ และเห็นความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และประเทศออสเตรเลียในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เนื่องจากปัญหายาเสพติดไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพังเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือประเทศใดเพียงประเทศเดียวได้ เห็นได้จากมีความพยายามของนานาประเทศที่ต้องการลดปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างจริงจังมาโดยตลอด แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงรุนแรงอยู่ ดังนั้น ทางออกที่สำคัญคือการร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทุกหน่วยงาน รวมไปถึงความร่วมมือกันระหว่างประเทศปลายทาง ประเทศต้นทาง และประเทศผู้เป็นทางผ่านของยาเสพติด ร่วมกันสกัดกั้นสารตั้งต้นในการผลิต

Advertisement

“ยาเสพติดที่จะไหลเข้าสู่แหล่งผลิต และสกัดกั้นยาเสพติดที่จะไหลออกไปสู่ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทาง เพื่อปิดทางเข้าและทางออกของยาเสพติดทุกทาง นอกจากนั้น การให้การสนับสนุนแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศในด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนความรู้และเพิ่มพูนทักษะในการปราบปราม การป้องกัน และการบำบัดรักษายาเสพติดระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ประสบผล และสามารถควบคุมยาเสพติดไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนได้” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ด้าน นายณรงค์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของ ป.ป.ส. ในด้านการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจจะเกิดผลดีต่อการปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วมขึ้นมา เพื่อแลกเปลี่ยนทักษะความรู้และข้อมูลด้านการข่าวในการปราบปรามยาเสพติด การปฏิบัติการปราบปรามจับกุมอาชญากรข้ามชาติและยาเสพติดร่วมกัน รวมถึงการประสานความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน และระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมีความเข้มแข็งในการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

S__6160538