เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณารับรองตำรับยากัญชาของนายเดชา ศิริภัทร หรืออาจารย์เดชา หมอพื้นบ้านและประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ว่า ในการประชุมคณะกรรมการด้านการประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมและการใช้ยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมปรุงผสมอยู่ในหน่วยบริการสาธารณสุขของรัฐและเอกชน วันที่ 12 มิถุนายนนี้ มีแนวโน้มว่า คณะกรรมการฯ จะพิจารณารับรองตำรับยากัญชาสูตรของ อ.เดชา ซึ่งหมายความว่า หากตำรับยากัญชาของ อ.เดชา ผ่านการพิจารณา อ.เดชา จะสามารถปรุงยาตำรับดังกล่าวให้ผู้ป่วยได้ใช้ต่อไป แต่จะต้องเป็นการปรุงยาเพื่อใช้เฉพาะกับผู้ป่วยในพื้นที่ขอบเขตของ อ.เดชา เท่านั้น ยังไม่สามารถผลิตในปริมาณมากๆ เพื่อแจกหรือจำหน่ายได้
นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรับยาของ อ.เดชา ได้รับการรับรองให้เป็นยาพื้นบ้านแล้ว ยังต้องมีการทำวิจัยเพิ่มเติมโดย คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะทำการศึกษาเพิ่มเติม ทั้งเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่ใช้ การทดสอบความปลอดภัย การตรวจสอบประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสามารถนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัย และในอนาคตหากผลการศึกษายืนยันว่าตำรับยาของ อ.เดชา ใช้ได้ผล อาจจะมีการพิจารณาหาหน่วยงานที่มีความพร้อมผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อให้สามารถขยายวงการใช้เช่นเดียวกันยาพื้นบ้านอื่นๆ ที่ผ่านการรับรองว่าปลอดภัยและใช้กับผู้ป่วยได้ผลจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีเสียงเรียกร้องไม่ให้ทำลายกัญชาของกลางที่มีสารปนเปื้อน จำนวน 22 ตัน โดยให้นำมาทดลองผลิตน้ำมันกัญชาใช้รักษาโรค นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า ในทางการแพทย์นั้นคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ดังนั้น หากไม่แน่ใจก็จะไม่มีการนำมาใช้ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้มีการประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่า หากมีหน่วยงานทางวิชาการใดที่มีศักยภาพ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะขอนำกัญชาของกลางไปศึกษาวิจัย ทดลองสกัดน้ำมันกัญชาและสามารถแยกสารปนเปื้อนได้ ขอให้ ป.ป.ส.อนุมัติและส่งมอบเพื่อให้นำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ของชาติต่อไป

