เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพวุธ พนักงานสอบสวน สน.บางนา ควบคุมตัวนายจตุรงค์ หรือแม็ก เอี่ยมท้วม อายุ 30 ปี มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 มิถุนายน เนื่องจากยังต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เวลาประมาณ 17.10 น. กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นนักเรียน ร.ร.ปทุมคงคา ประกอบด้วยนายชัยธัช กาญจนดิฐ, นายธีรพัฒน์ ผิวพิมพ์ดี,นายอัษฎางค์ วังภูมิใหญ่ หลังเลิกเรียนแล้วได้ขับขี่รถ จยย. เพื่อกลับบ้านพัก มาถึงกลางซอยสุขุมวิท 105 หรือซอยลาซาล ได้พบกลุ่มผู้ต้องหา คือนักเรียนเทคโนโลยีช่างกลกรุงเทพ ขับขี่ จยย.สวนทางมา เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กต่างสถาบันกันจึงไม่พอใจกัน ต่อมากลุ่มผู้ต้องหาได้ขับขี่รถ จยย. ตามมาที่บริเวณหน้าตึกบี.เค.แมนชั่น ปากซอยลาซาล 21 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ต้องหาคือนายพีรพล หรือนนท์ พวงบุรี ที่นั่งซ้อนท้าย จยย. ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าใส่กลุ่มผู้เสียหาย จำนวน 6 นัด กระสุนปืนถูกนิ้วกลางข้างซ้ายของนายธีรพัฒน์ ได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในบี.เค.แมนชั่น ส่วนนายพีระพล ได้ซ้อนท้าย จยย. ย้อนกลับไปทางด้านปากซอยสุขุมวิท เพื่อไปหานายประเสริฐศักดิ์ หรือบอย สิงห์โสภา และนายจตุรงค์ เอี่ยมท้วม ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในซอยดังกล่าว และแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันกับกลุ่มเด็กปทุมคงคา
ต่อมานายจตุรงค์ ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง-ดำ ไม่ทราบทะเบียน โดยมีนายประเสริฐศักดิ์ เป็นผู้ซ้อนท้าย มาที่ตึกบี.เค.แมนชั่น เมื่อเห็นกลุ่มผู้เสียหายออกมาจากตึกดังกล่าว นายประเสริฐศักดิ์ ได้ลงจากรถ จยย. ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด วิ่งไล่ยิงใส่กลุ่มผู้เสียหายจำนวน 3 นัด ที่วิ่งเข้าไปหลบในตึกดังกล่าว กระสุนปืนถูกกระจก ทำให้เศษกระจกกระเด็นไปถูกบริเวณใบหน้านายชัยธัช ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายจตุรงค์ ได้ใช้อาวุธมีดยาวประมาณ 1 ฟุต วิ่งไล่กลุ่มผู้เสียหายเช่นกัน หลังก่อเหตุนายจตุรงค์และนายประเสริฐศักดิ์ ผู้ต้องหาได้ขับขี่ จยย.หลบหนีไป
กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย. เวลาประมาณ 09.00 น. นายจตุรงค์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงาน สอบสวน สน.บางนา จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ได้รับ อันตรายแก่กายหรือจิตใจ, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธ ปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน, พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไมได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอัน สมควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,83,288,371,376 และตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7,8,7227 ทวิ
ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อหาพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนข้อหาอื่นๆ ให้การปฏิเสธ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะที่ญาติของนายจตุรงค์ อยู่ระหว่างหาหลักทรัพย์เพื่อจะยื่นประกันตัวต่อไป
ต่อมาสิ้นสุดเวลาทำการศาล ปรากฏว่า ญาติของนายจตุรงค์ ผู้ต้องหา ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป

