ศาลมีคำสั่งส่ง’แมทธิว’ชาวแคนาดา ไปดำเนินคดีสหรัฐฯ ฐานฆ่าผู้อื่น ยังอุทธรณ์ได้ใน 30วัน

13.06.19 | 11:57 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ ผด.4/62 ที่พนักงานอัยการต่างประเทศ เป็นผู้ร้อง ขอให้ส่งตัวนายแมทธิว อเล็กซานเดอร์ แมคโคแวน ชาวแคนาดา ผู้คัดค้าน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน


โดยคำร้องระบุสรุปว่า กรณีผู้คัดค้านเป็นบุคคลสัญชาติแคนนาดา ได้กระทำผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยใช้อาวุธปืน เมื่อเดือน ก.ย. 60 เหตุเกิดที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันเป็นความผิดที่มีโทษเทียบตามกฎหมายไทยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปี อีกทั้งคดียังไม่ขาดอายุความ เนื่องจากเป็นคดีเร่งด่วนตามสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา และเป็นกรณีเร่งด่วนตาม พระราชบัญญัติ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472 มาตรา 10 โดยคำร้องนี้ ผู้ร้องขอศาลได้โปรด มีคำสั่งอนุญาตให้ส่งตัวจำเลยเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาต่อไป

วันนี้ศาลได้เบิกตัวนายแมทธิว อเล็กซานเดอร์ จากมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพเพื่อฟังคำสั่งศาล

ศาลพิเคราะห์แล้ว ประเด็นมีเหตุสมควรส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ เห็นว่าตามทางไต่สวนผู้ร้องนำสืบว่า เมื่อปี 2561 ประเทศสหรัฐอเมริกายื่นคำร้องขอให้ส่งตัวนายแมทธิวผู้คัดค้าน ไปดำเนินคดี ตามหมายจับศาลมลรัฐฟลอริดาตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ศาลนี้จึงได้มีคำสั่งออกหมายจับนายแมทธิว และจับกุมตัวได้เมื่อเดือน พ.ย.61 ภายหลังจับกุม ผู้คัดค้านไม่ยินยอมให้ส่งตัวกลับไปดำเนินคดี พนักงานอัยการจึงยื่นคำร้องให้คุมขังไว้ชั่วคราวระหว่างพิจารณา

Advertisement

ข้อเท็จจริงในการกระทำผิด เมื่อกันยายน 2560 ผู้คัดค้าน ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต ในรัฐฟลอริดา มีพยานเป็นอดีตแฟนสาวของผู้คัดค้าน และพยานวัตถุเป็นกระสุนปืนที่อยู่ในท้ายรถของนายแมทธิว ซึ่งตรงกับผลตรวจพิสูจน์กระสุนปืนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นรถของผู้คัดค้าน แล่นเข้ามาในโรงจอดรถบริเวณสถานที่เกิดเหตุ

ศาลพิจารณาคำให้การของตำรวจไมอามี่ ที่ได้รับมอบหมายให้สืบสวนคดี และอัยการแห่งรัฐฟลอริดา และภาพถ่ายของผู้คัดค้าน จากกล้องวงจรปิดแล้ว เชื่อได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้กระทำผิดตามคำร้อง และคดียังไม่ขาดอายุความ อีกทั้งยังเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายที่ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกามีสนธิสัญญาร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านไม่นำพยานหลักฐานเข้าสืบ พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านกระทำความผิดจริง จึงให้ขังผู้คัดค้านไว้เพื่อส่งตัวไปอเมริกาต่อไป แต่ไม่ให้ส่งก่อน 30 วันนับแต่ศาลมีคำสั่ง โดยผู้คัดค้านสามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 30 วัน นับแต่ศาลมีคำสั่ง