เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทนผู้บัญชาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ในฐานะประธานศูนย์ประสานงานชายแดนท้องถิ่นไทย – เมียนมา ฝ่ายไทย ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจบช.ปส. ตชด. ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปรับตัวนายเสรี ช่วยชนะ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลสุราษฏร์ธานี บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 โดยมี พ.ต.ท.ทูน ทูน หน่าย ผกก.ตม.จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาเป็นผู้นำมาส่งมอบ
หลังจากได้รับตัวนายเสรีแล้ว ก็ได้นำตัวมาสอบปากคำเบื้องต้นในทันที ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย เบื้องต้นทางนายเสรี ให้การว่า ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติ ก่อนที่จะเข้าไปหลบอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็กได้ประมาณ 2 ปี โดยระหว่างที่หนีคดีอยู่ในประเทสเมียนมานั้นก็ยังค้าขายยาเสพติดโดยนำสินค้าเมล็ดพลาสติก รองเท้า นำเข้าจากชายแดนไทยไปแลกเปลี่ยนเป็นยาเสพติด
ทั้งนี้นายเสรี ช่วยชนะ ถูกออกหมายตามจับของศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี ข้อหา ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ฟอกเงิน และเป็นผู้ว่าจ้างวานให้ผู้อื่นกระทำความผิด และได้ลงมือกระทำความผิด ตามที่ได้จ้างวานในความผิด ร่วมกันพยามยามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกอาวุธปืนติดตัวไปในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งสิ้น 8 คดี

ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ ต.บางเดือน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สามารถยึดของกลางยาบ้าได้จำนวน 374,163 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 6.322 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 29 ราย ตรวจสอบพบมีทรัพย์สินที่คาดว่ามีการฟอกเงินมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท แต่นายเสรี สามารถหลบหนีไปได้ และหนีไปกบดานในประเทศเมียนมา โดยเช่าบ้านพักอยู่แถวบ้านห้วยดินดำ ตัวเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก กระทั่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดตรวจของตำรวจเมียนมาจึงถูกจับกุมด้วยข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและใช้รถสวมป้ายทะเบียนปลอม และถูกส่งตัวให้กับทางการไทยในดังกล่าว
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่านายเสรีเป็นผู้ต้องหาที่ทางการต้องการอันดับ 1 ของพื้นที่ภาคใต้หลังจากมีหมายก็ได้หลบหนีไปอยู่ในประเทศเมียนมาได้นานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งหลังจากก่อคดีในประเทศไทยแล้วเมื่อไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก็ได้เป็นผู้ประสานงานระหว่างกลุ่มผู้ค้าจากประเทศเพื่อนบ้านไปยังพื้นที่ภาคใต้ ในเรื่องของการค้าขายยาเสพติด จนถูกทางเจ้าหน้าที่เมียนมาได้ควบคุมตัวเอาไว้ และทาง ตม.ภาค 5 ได้ประสานขอความร่วมมือในการส่งตัวกลับคืนมาได้ในที่สุด โดยนายเสรีมีพฤติกรรมคือเมื่อค้ายาเสพติดแล้วไม่ได้รับผลประโยชน์เป็นที่พอใจก็จะมีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกายหรือก่อเหตุฆ่าผู้อื่นมาแล้ว

