‘บิ๊กเต่า’ สั่งทำรั้วผาเดียวดาย ป้องกันคนตกตาย เลียนแบบ ‘จางเจียเจี้ย’ ของจีน อุทยานฯเขาใหญ่สำรวจนักเที่ยว พบ 64% เห็นด้วย กลุ่มอนุรักษ์ยันค้านถึงที่สุด ชี้ไม่เหมาะพื้นที่อนุรักษ์ เล็งตั้งเวทีประกาศเจตนารมณ์ 5 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่มในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ว่าขณะนี้อุทยานฯเขาใหญ่ได้ออกแบบสอบถามเพื่อแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในอุทยานฯ ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการสร้างรั้วกันตกบริเวณจุดชมวิวผาเดียวดาย อุทยานฯเขาใหญ่ พร้อมกับให้เลือกรูปแบบของรั้ว 4 แบบ ที่กรมอุทยานฯออกแบบไว้ คือแบบที่ 1 รั้วกันตกโครงเสาเหล็กแบนสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบลวดสะลิงสแตนเลส แบบที่ 2 รั้วกันตกโครงสร้างเสาเหล็กกลมกระจกเทมเปอร์ แบบที่ 3 รั้วกันตกโครงสร้างเสาเหล็กกล่อง แบบเหล็กแบน แบบที่ 4 รั้วกันตกโครงสร้างเสาแบบปูนปั้นลายไม้ นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ กล่าวถึงความเป็นมาในการก่อสร้างรั้วกันตกบริเวณผาเดียวดายว่า สืบเนื่องจากมีผู้บริหารเดินทางมายังผาเดียวดายแล้วมีความกลัวว่าจะมีนัก ท่องเที่ยวพลัดตกลงไป จึงเสนอให้ทำรั้วกั้นแบบเดียวกับที่จางเจียเจี้ย ในประเทศจีน ทางอุทยานฯจึงได้ทำบันทึกกลับไปว่าการจะทำโครงการเช่นนี้ต้องมีรายละเอียด แบบแผนการก่อสร้างและคำนึงถึงความปลอดภัยอื่นๆ ด้วย จึงมีการทำรายงานสำรวจความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวผาเดียวดายจำนวน 200 ชุด ซึ่ง 64% ตอบว่าควรมีรั้วกัน ในแบบสอบถามยังมีรั้วให้เลือก 4 แบบ ซึ่งในจำนวนนี้ 40% ของผู้ที่เห็นด้วยให้ก่อสร้างไม่เลือกแบบใดแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ในแบบสอบถามไม่ได้มีคำถามถึงทางเลือกอื่นในการป้องกันความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ได้รายงานผลจากแบบสอบถาม และจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้อธิบดีกรมอุทยานฯทราบแล้ว
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า เรื่องการก่อสร้างรั้วกันตกบริเวณจุดชมวิวผาเดียวดายเป็นนโยบายของตน เนื่องจากเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่อาจจะพลัดตกลงไปได้ ส่วนรายละเอียดและรูปแบบในเรื่องการก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องของกรมอุทยานฯเขา ใหญ่ที่จะไปหารือกันในเรื่องรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป หรือหากบอกว่าไม่ต้องมีการสร้างรั้วกันตก ต้องปิดพื้นที่ไม่ให้เข้าไปเลยหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เครือข่ายอนุรักษ์ในพื้นที่และกรรมการที่ปรึกษาอุทยานฯเขาใหญ่ มีมติว่าไม่เห็นด้วยในการก่อสร้าง และมีกระแสคัดค้านในโซเชียลออนไลน์จำนวนมาก โดยเห็นว่าเป็นการทำลายธรรมชาติ และที่ผ่านมาไม่เคยมีใครตกลงไปตาย พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ยังไม่เคยมีคนตกลงไปตาย แต่บริเวณดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายสูงมาก และจากการที่เจ้าหน้าที่ไต่เขาลงไปดูด้านล่างของหน้าผา พบอุปกรณ์สิ่งของต่างๆ ของนักท่องเที่ยว เช่น กล้องถ่ายรูปหล่นลงมาจำนวนมาก โดยเฉพาะการยืนหันหลังถ่ายรูปมีโอกาสตกลงไปสูงมาก
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เขาก็คิดมาดีแล้วเพื่อรักษาชีวิตคน แต่ออกมาจะสวยหรือไม่สวยเข้ากับธรรมชาติหรือไม่ก็ต้องเป็นเรื่องที่ไปคิดกัน ตรงจุดชมวิวอื่นๆ บนเขาใหญ่ก็มีที่กันคนตกทั้งนั้น เมื่อคนเข้าไปมากๆ ก็ไม่รู้จะป้องกันคนตกอย่างไร กรณีคนตกจากจุดชมวิวแหล่งท่องเที่ยวเคยเกิดขึ้นแล้วที่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย มีคนตกลงมาเสียชีวิต ที่นี่ไม่ต้องรอให้คนตกลงมาแล้วค่อยทำ เดี๋ยวพอคนตกก็จะมาโทษว่าวัวหายแล้วล้อมคอก ไม่รู้ว่าคนที่ต่อต้านเขาเข้าใจหรือไม่ว่าไม่ใช่การสร้างรั้ว แต่เป็นการสร้างที่กันตก พื้นที่ก่อสร้างก็ไม่ได้ยาวมาก แค่เพียงนิดเดียว ก็เหมือนมีระเบียงแต่ไม่มีราวระเบียง น่ากลัวหรือไม่ ถ้าเด็กลูกๆ ใครตกลงไป มันก็ไม่คุ้ม
“คนในพื้นที่คงมั่นใจว่าตัวเองไม่ตก แต่คนที่มาเที่ยวตกก็เป็นเรื่องของท่านหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่เขา ไม่เอาก็ต้องมาคุยกันดู เพียงแต่เราคิดว่าถ้าคนตกลงมาตายสักคนมันไม่คุ้ม แล้วคนที่ต่อต้านจะประกันชีวิตเขายังไง เอาชีวิตลูกหลานเขาคืนกลับมาได้หรือไม่ โอกาสตกมีสูงมาก ยิ่งในเทศกาลที่คนไปเยอะๆ เพราะผมไปมาแล้ว ไปกันหลายคน ถามว่าจะเซฟอย่างไร ก็ไม่มีใครตอบได้ ดังนั้น ให้ไปพิจารณาดู ถ้าไม่สร้างรั้วกันตกแล้วปล่อยให้คนตกลงไป เราก็จะโดนหนักกว่านี้ ดังนั้น ให้คนที่ต่อต้านมาคุยกันแล้วไปดูด้วยกัน ผมคิดว่าจะดีที่สุด คนที่ต่อต้านอาจไม่เคยขึ้นไปเลย ต้องไปยืนจุดนั้นจริงๆ แล้วจะรู้ว่าควรทำหรือไม่ทำ ผมอยู่ กทม.ทำหรือไม่ทำก็ไม่เป็นไร แต่ไปยืนจุดนั้นแล้วมาวิเคราะห์กัน ถ้าคนในพื้นที่ไม่สบายใจก็ให้ขึ้นไปดู จูงลูก จูงหลานขึ้นไปดู แล้วมาพูดคุยกัน” พล.อ.สุรศักดิ์กล่าว
นายตะวัน สีกานิล ประธานเครือข่ายผู้รักษ์เขาใหญ่ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับความคิดของ พล.อ.สุรศักดิ์ กรมอุทยานฯ และอุทยานฯเขาใหญ่ ที่จะให้สร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มรดกโลก เนื่องจากไม่เหมาะสม การก่อสร้างในพื้นที่อนุรักษ์ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะจะมีการขนวัสดุก่อสร้างเข้าไปในพื้นที่ผาเดียวดาย ซึ่งมีทั้งอิฐ หิน ปูน ทราย ระหว่างเส้นทางเข้าถึงผาเดียวดายต้องผ่านพืชที่มีความละเอียดอ่อน เช่น มอส เฟิร์น ซึ่งยังบอบช้ำไม่หายจากก่อสร้างเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เมื่อ 3-4 ปีก่อน และถูกต่อต้านไปแล้วรอบหนึ่ง ครั้งนี้รัฐมนตรีสั่งการเอง ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่ผาเดียวดายไม่เคยมีนักท่องเที่ยวตกไปตาย แล้วสถานที่ดังกล่าวมีป้ายเตือนอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเขาใหญ่ก็ไม่ต้องไปแอ๊กชั่น ยืนในที่หวาดเสียวเพราะทุกคนมาท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ
นายตะวันกล่าวว่า ถ้า พล.อ.สุรศักดิ์จะทำควรไปแก้ปัญหาการทุจริตบนอุทยานฯเขาใหญ่จะดีกว่า เวลานี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กำลังเข้ามาตรวจสอบเส้นทางศึกษาธรรมชาติ บริเวณอ่างเก็บน้ำสายศร หรือมอสิงโต ซึ่งการก่อสร้างไม่ตรงตามสเปกและไม่มีคนใช้งาน นอกจากนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ควรจะออกประกาศหยุดยั้งการท่องเที่ยวในโซนอนุรักษ์ของเขาใหญ่ ที่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาบริเวณบึงไผ่ เขาแหลม คลองอีเฒ่า และมีการเก็บค่าหัว ทั้งนี้ เครือข่ายฯจะคัดค้านนโยบายการสร้างรั้วกันตกอย่างถึงที่สุด โดยเครือข่ายฯพร้อมด้วยนายพงศ์เทพ กระโดนชำนาญ หรือน้าหมู นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง จะขึ้นเวทีด้านหน้าเขาใหญ่ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อคัดค้านและประกาศเจตนารมณ์ในการปกป้องเขาใหญ่มรดกโลก ถ้า พล.อ.สุรศักดิ์ไม่ยอมหยุด เครือข่ายฯจะเข้าไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.สุรศักดิ์และ คสช.ต่อไป

