ไม่เคยมีขบวนการของเด็กและเยาวชน ไม่เคยมีขบวนการพลเรือนใดๆ เลยที่จะสามารถยึดอำนาจ ก่อรัฐประหารหรือล้มล้างสถาบันสำคัญของชาติได้
จะมีก็แต่ทหารที่ก่อการสำเร็จเรื่อยมา
ตามประวัติศาสตร์เมื่อจะก่อการทุกครั้ง ฝ่ายก่อการมักจะประดิษฐ์คิดค้นวาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรม
จึงควรระวัง “วาทกรรม” ที่มีจุดมุ่งหมายทางการเมือง !
ขบวนการเด็กและเยาวชนหรือนักเรียนนิสิตนักศึกษาประสบความสำเร็จอย่างมากจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516
แต่พอถึง “6 ตุลา 2519” ก็เป็นจุดจบ
ถามว่า เกิดอะไรขึ้น !?
เหตุการณ์ล้อมฆ่าเด็กเยาวชนคนหนุ่มสาวในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่ “ครบเครื่อง”
มีการจัดตั้งมวลชนฝ่ายขวา 3 ประสาน (ลูกเสือชาวบ้าน-นวพล-กระทิงแดง) สำหรับพิฆาตฝ่ายซ้าย (ในความหมายก็คือขบวนการของนักเรียนนิสิตนักศึกษา)
มีการโฆษณาชวนเชื่อ ยุคนั้นด้านโทรทัศน์ใช้ “ช่อง 7” ด้านวิทยุใช้ “สถานีวิทยุยานเกราะ” และด้านหนังสือพิมพ์ใช้ “ดาวสยาม”
ค่อยๆ ใส่ความ ค่อยๆ จุดไฟ ค่อยๆ กระพือจนไหม้ลาม ค่อยๆ ประดิษฐ์วาทกรรม เด็กควรเรียนแต่หนังสือ นักศึกษาไม่ควรยุ่งกับกิจกรรม การเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ขุดค้นหาเรื่องมาทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้าม จนสุดท้ายก็จะนำสถาบันของชาติมาใช้ปลุกระดมให้ผู้คนโกรธแค้นชิงชัง
ตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ รุ่นลูก ถึงรุ่นหลาน “แผนประทุษกรรม” เหมือนเดิมทุกประการ
มาถึงยุคนี้เด็กก็ยังคงถูกสอนให้สงบเสงี่ยมเจียมตน อย่าเสือกอย่าแส่
แต่พฤติกรรมเน่าเสียเสื่อมทรามของผู้ใหญ่คงจะมากเกินทนจนเด็กรับไม่ไหว จึงได้แสดงออกผ่านกิจกรรม
แค่ทำ “พานไหว้ครู” ออกมาไม่เข้าหูไม่เข้าตา แทบไม่น่าเชื่อว่าทหารถึงกับพากันบุกเข้าไปในโรงเรียน สั่งให้หยุด ให้เลิก ให้ลบ ให้ล้างการสื่อความทางโซเชียลให้หมด !
เมื่อไปถาม เด็กทั้งหมดยืดอกรับว่า คิดเองทำเองเพื่อจะบอกว่า “เสียงไทยเท่าเทียม” โรงเรียนไม่เกี่ยวและบรรดาครูๆ ก็ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ
ถ้าไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน การแสดงออกของลูกๆ หลานๆ แบบนี้น่าได้รับการปรบมือหรือมอบรางวัล “เด็กกล้าแห่งชาติ”
แต่ที่นี่ ประเทศไทย
“ความกล้า” ของเธอคล้ายๆ ปีศาจที่คอยหลอกหลอนผู้ใหญ่ !?!!!

