กิตติพงษ์ ผอ.ทีไอเจ ตั้งเป้าองค์กร ‘ผู้นำในอาเซียน’ ยกระดับมาตรฐานงานยุติธรรม

31.05.16 | 13:55 น.

กิตติพงษ์ ผอ.ทีไอเจ ตั้งเป้า “ผู้นำอาเซียน” ยกระดับมาตรฐานงานยุติธรรม หลัง”ยูเอ็น”รับรองสถานะเข้าร่วมเป็นสถาบันเครือข่าย PNI

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 พฤษภาคม ที่ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการทีไอเจ แถลงข่าวว่า สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ ได้ รับรองสถานะสถาบันทีไอเจ เป็น 1 ในสถาบันเครือข่ายแผนงานสหประชาชาติ ด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Programme Network Institute on Crime Prevention and Criminal Justice-PNI) เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยออสเตรีย ดังนั้นบทบาทของสถาบันทีไอเจนับจากนี้จะกลายเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับมาตรฐานสากลมากขึ้น

นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า จุดเริ่มต้นของสถาบันทีไอเจ นั้นมาจากโครงการในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงมุ่งมั่นจะพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง จึงนำไปสู่การยกร่างข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง และที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 65 มีมติเห็นชอบให้เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ และเรียกชื่อว่าข้อกำหนดกรุงเทพฯ จากนั้น ทรงเห็นว่า น่าจะมีสถาบันหรือองค์กรที่ต่อยอดในเรื่องดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งสถาบันทีไอเจ

นายกิตติพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะมุ่งเน้นกิจกรรมวิชาการเพื่อส่งเสริมการนำมาตรฐานและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ ปรับใช้เพื่อยกะดับมาตรฐานการทำงาน ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ให้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม บรรลุผล ตรวจสอบได้ ทั้งนี้บทบาทของทีไอเจจะมีความโดดเด่นชัดเจนในเวทีสหประชาชาติ ในฐานะเป็นองค์การเครือข่ายยูเอ็น “PNI” ซึ่งจะทำให้ตัวสถาบันทีไอเจและประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในการช่วยงานการประชุมกรรมาธิการสหประชาชาติ เพื่อพัฒนากฎหมายและมาตรฐานต่างๆ รวมทั้งการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาทีไอเจให้ความสำคัญด้านการพัฒนาหลักนิติธรรมมาตลอด และจะกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และสิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นหมายหลักและเร่งด่วน คือ การสร้างบทบาทความเป็นผู้นำในอาเซียน

นายกิตติพงษ์ บอกอีกว่า การเข้าเป็น PNI ของสถาบันทีไอเจนั้น เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับสถาบันทีไอเจ เดิมสถาบันทีไอเจ จะมาถูกมองว่าเป็นองค์กรประเทศไทย การที่เข้าไปยังประเทศอื่นๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและเหมาะสม รวมทั้งการสร้างความเป็นผู้นำในภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม เพราะการที่หน่วยงานประเทศใดประเทศหนึ่งจะเข้าไปดำเนินการใด กับประเทศอื่นๆ ก็จะถูกมองแปลกๆ แต่ถ้าไปในนามองค์กรของยูเอ็นก็จะทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น มีการยอมรับมากขึ้น นี่คือข้อดีของการเข้าร่วมเป็น PNI ซึ่งที่ผ่านมา ได้ประสานกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือกับสถาบันวิจัยด้านนิติศาสตร์จีนอาเซียนไปเมื่อเร็วๆ นี้ และกำลังจะลงนามบันทึกความร่วมมือกับสถาบัน UNAFEI ของประเทศญี่ปุ่น และสถาบันอาชญาวิทยาแห่งประเทศเกาหลี (KIC) และในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ทีไอเจจะจัดการประชุม ASEAN Conference on Crime Prevention and Criminal Justice (ASEAN CCPCJ) ซึ่งเป็นเวทีที่สร้างเครือข่ายทั้งทางวิชาการและภาคปฏิบัติ คู่ขนานไปกับการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติด้านป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม (UN-CCPCJ)

Advertisement

นายกิตติพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของบทบาทการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านหลักนิติธรรมและผู้นำรุ่นใหม่ในภูมิภาค ทีไอเจจะจับมือกับสถาบันกฎหมายและนโยบายระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จัดหลักสูตรพัฒนาผู้นำยุคใหม่ด้านการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้น ในประเทศไทยและในภูมิภาคนี้ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการศึกษาวิจัยและการพัฒนาสถิติข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารงานยุติธรรม ทีไอเจจะจับมือกับสหประชาชาติด้านการวิจัย เช่น UNICRI และเครือข่ายต่างๆ พัฒนาองค์ความรู้และระบบสถิติข้อมูลในด้านต่างๆ ของกระบวนการยุติธรรม

นายกิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สถาบันทีไอเจ พยายามผลักดันเพื่อให้องค์ความรู้และสถิติต่างๆ ถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ตัววัดความมีประสิทธิภาพของงานด้านกระบวนการยุติธรรม ว่าใช้ได้จริงหรือเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ทีไอเจ นอกจากนี้ ทีไอเจ ยังทำหน้าที่สนับสนุนหน่วยงานที่ให้ความสนใจด้านกระบวนการยุติธรรม ทุกองค์กร เพื่อความก้าวหน้าของระบบงานยุติธรรมไทย