เมื่อเวลา 16.05 น.วันที่ 20 มิถุนายน ที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพฯ นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) พร้อมด้วยผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ นายกสมาคมผู้ปกครอง นักเรียนและครูโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ผู้แทนสำนักการโยธากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้แทนสถานประกอบการ ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ปัญหากรณีเกิดเหตุเครนถล่มใส่อาคารเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จนเป็นเหตุให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ 10 ราย
นายชลำ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือพร้อมทั้งกำหนดมาตรการระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้น เรื่องการเยียวยานักเรียน 10 รายที่ได้รับบาดเจ็บ ทางผู้ประกอบจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ขณะเดียวกันจะมีมาตรการดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ที่ประสบเหตุ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนระดับชั้น ม.3/4 ที่ทำกิจกรรมในช่วงเวลาเกิดเหตุเครนถล่ม, กลุ่มนักเรียนทั้งโรงเรียน และกลุ่มครูและบุคลากรของโรงเรียน โดยจะมีการประสานนักจิตวิทยา เข้ามาดูแลทำกิจกรรมเพื่อให้ลดความวิตกกังวล ซึ่งผู้ประกอบการจะดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย
นายชลำกล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการระยะยาว มีข้อตกลงร่วมกันว่า ตลอดปีการศึกษา 2562 ซึ่งจะสิ้นสุด 31 มีนาคม 2563 ทางผู้ประกอบการจะไม่มีการก่อสร้างใดๆ ไปตลอด 1 ปีนี้เพื่อให้ผู้ปกครอง นักเรียนสบายใจ ซึ่งประเด็นนี้ทางสำนักการโยธา กทม. สำนักงานเขตบางรักรับทราบข้อตกลงดังกล่าว ส่วนระยะยาวอาคารดังกล่าวจะก่อสร้างต่อได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับระเบียบกฎหมาย ทางสำนักการโยธา กทม.จะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยืนยันว่าถ้าจะมีการก่อสร้างต่อ ต้องมีการทำประชาพิจารณ์โดยโรงเรียนและผู้ปกครองจะต้องรับรู้และร่วมตรวจสอบทุกขั้นตอน หากเห็นว่าไม่สมควร จะโต้แย้ง ซึ่งจะไม่มีการอะลุ่มอล่วยแน่นอน
“ส่วนที่มีข้อสงสัยมาตรการโรงเรียนนั้น โรงเรียนกำหนดมาตรการเข้มงวด จะเห็นได้จากอาคารที่ใกล้ที่ก่อสร้าง มีหลังคารองรับ แต่ด้วยความรุนแรงของสิ่งที่ตกลงมาหนักเกินกว่าที่หลังคาจะรับได้ จากเหตุการณ์นี้ผมจะทำหนังสือแจ้งศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ให้แจ้งโรงเรียนว่าหากอยู่ใกล้สถานที่ก่อสร้าง ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบดูแลเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอย่างโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์”นายชลำ กล่าว
ด้าน น.ส.นิภา พรฤกษ์งาม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ กล่าวว่า โรงเรียนห่วงใย ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยนักเรียนสูงสุด จากการประชุมเห็นร่วมกันว่าระหว่างการซ่อมแซมอาคารที่เสียหาย ซึ่งต้องนำสิ่งก่อสร้างที่ติดบนหลังคาออกให้หมด ทางผู้ประกอบการคาดว่าจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน โรงเรียนจึงประกาศหยุดเรียนวันที่ 20 -24 มิถุนายน และเปิดเรียนตามปกติวันที่ 25 มิถุนายน ดังนั้นการซ่อมแซมจะต้องแล้วเสร็จก่อนวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ส่วนการเรียนการสอน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ครูผู้สอนจะติดตาม มีการมอบบทเรียนออนไลน์ให้นักเรียน ขณะเดียวกัน ในอนาคตที่ทางโครงการจะมีการก่อสร้างต่อระหว่างที่มีการทำประชาพิจารณ์ หากทางโรงเรียนเห็นว่ามีข้อใดที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเด็ก เราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ผู้ปกครอง นักเรียนวางใจได้
น.ส.ภัคกร สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางรัก กล่าวว่า ในช่วงระงับการก่อสร้าง ทางสำนักงานเขตบางรัก จะเข้ามาดูแลไม่ให้มีการแอบก่อสร้าง ซึ่งถ้าพบว่ามีการแอบดำเนินการ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
นายอานุภาพ อนันต์นับ ผู้ควบคุมการก่อสร้างโครงการฯ ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการ กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการเราตระหนักถึงความปลอดภัยต่อบุตรหลานที่เรียนในโรงเรียน ทุกครั้งที่เกิดเหตุ เราเสียใจ จนเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขับเครนในวันดังกล่าว จากนี้ทางบริษัทยืนยันว่าจะเร่งซ่อมแซมหลังคาของอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนให้เสร็จ ภายในวันที่ 25 มิถุนายน



