อย. เตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลางล็อตใหญ่ 16.4 ตัน มูลค่า 2 หมื่นล้าน

25.06.19 | 13:28 น.

‘อย.’ เตรียมเผาทำลายยาเสพติดของกลางล็อตใหญ่ 16.4 ตัน มูลค่า 2 หมื่นล้าน เผาวันเดียวไม่หมดแบ่งเผา 26 มิ.ย.กับ 5 ก.ค.

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 มิถุนายน ที่บริเวณคลังยาเสพติดให้โทษของกลาง (ใหม่) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการอย. นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการเผาทำลายยาเสพติดของกลาง จำนวน 16,467 กิโลกรัม (กก.) หรือ 16.4 ตันและกระบวนการตรวจรับยาเสพติดของกลางเพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในคลังยาด้วยระบบป้องกันนิรภัยอย่างโปร่งใสและรัดกุม ก่อนนำไปเผาทำลายที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาในวันที่ 26 มิถุนายน และ 5 กรกฎาคม 2562

นพ.ธเรศ กล่าวว่า เนื่องด้วยวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี ตรงกับวันต่อต้านยาเสพติดสากล กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยอย. จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สตช. กองทัพบก (ทบ.) กองทัพเรือ (ทร.) กองทัพอากาศ (ทอ.) สำนักงาน ป.ป.ส. และบริษัท ที่ดินบางปะอิน จำกัด ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จัดเผาทำลายยาเสพติดให้โทษตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง หรือพิพากษา ให้ริบของกลางนำมาเผาทำลาย จำนวน 16,467 กก. 430 กรัม (ก.) 926 มิลลิกรัม (มก.) จาก 6,910 คดี มูลค่าซื้อขายรวมกว่า 20,047 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ที่มีน้ำหนักมากสุดถึง 12,369 กก. คิดเป็นมูลค่า 13,743 ล้านบาท รองลงมา คือ ยาไอซ์ 3,443 กก. มูลค่า 5,509 ล้านบาท เฮโรอีน 143 กก.มูลค่า 608 ล้านบาท ยาอี 14 กก. มูลค่า 25 ล้านบาท ฝิ่น 258 กก. มูลค่า 25 ล้านบาท โคคาอีน 44 กก. มูลค่า 134 ล้านบาท และยาเสพติดชนิดอื่น 63 ก. เช่น คีตามีน อัลปราโซแอม กว่า 191 กก. และอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยาเสพติด เช่น โทลูอีน 1 กก. และของกลางเมล็ดกัญชง น้ำหนัก 16 กก. จาก 1 คดีของจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สตช. นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังได้นำภาชนะหีบห่อที่ผ่านการใช้งานบรรจุยาเสพติดให้โทษ 6 กล่อง และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1 จ.ปทุมธานี นำบรรจุภัณฑ์ที่เคยใส่ตัวอย่างยาเสพติดเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ จำนวน 5 กล่อง น้ำหนัก 10 กก. มาร่วมเผาทำลายในครั้งนี้ด้วย

Advertisement

 

นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับปีนี้ได้มีทำการเผายาเสพติดของกลางเป็นปีที่ 49 ซึ่งที่ผ่านมาการเผาทำลายยาเสพติดของกลางเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดและจริงจัง ปีนี้มียาเสพติดของกลางมากถึง 16.4 ตัน ส่วนใหญ่เป็นยาบ้าและยาไอซ์ โดยปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกนำไปตรวจพิสูจน์ของกลางความโปร่งใสและจัดเก็บยังคลังเก็บรักษา 2 แห่ง ได้แก่ คลังเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลาง (ใหม่) อาคาร 6 ชั้น 1 และ คลังเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลาง (เก่า) อาคาร 2 ชั้น 1 ของอย. โดยในวันนี้เป็นการตรวจรับยาเสพติดของกลาง พร้อมสุ่มตรวจทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นยาเสพติด ก่อนจะนำเก็บรักษาไว้ที่คลัง จากนั้นเวลา 05.00 น.ของวันที่ 26 มิถุนายน สตช.จะขนย้ายยาเสพติดของกลางไปยังนิยมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำการเผาทำลายด้วยวิธีไพโรไลติก อินซิเนอะเรชั่น (Pyrolytic Incineration) หรือการเผาที่อุณหภูมิสูงมาก ไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการสลายของโมเลกุลเป็นคาร์บอนในระยะเวลารวดเร็ว เพื่อไม่ให้นำของกลางกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก รวมถึงการเผาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมยืนยันว่าจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและก่อมลพิษในอากาศ พร้อมกับทำการตรวจสอบและพิสูจน์ของกลางภายหลังการเผาทำลายเสร็จสิ้น ทั้งนี้ เนื่องจากยาเสพติดของกลางมีปริมาณมาก ทำให้ทางอย.ต้องแบ่งการเผาทำลายออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 26 มิถุนายน เวลา 10.00 น. และวันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 08.00 น.

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ยืนยันว่ากระบวนการเผาทำลายยาเสพติดของกลาง ทุกขั้นตอนมีคณะกรรมการและดำเนินการอย่างรัดกุม ตั้งแต่การเปิดของกลาง นำของกลางมาชั่งน้ำหนักเพื่อตรวจพิสูจน์ของกลางดังกล่าวเป็นยาเสพติดให้โทษ โดยมีทีมเจ้าหน้าที่จากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้ตรวจพิสูจน์ และจะมีคณะกรรมการตรวจรับ ซึ่งมีรองเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส.เป็นประธาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมกระบวนการตรวจสอบดังกล่าวด้วย โดยในวันเคลื่อนย้ายของกลางวันที่ 26 มิถุนายน จะมีคณะกรรมการจะมารับของกลางเพื่อขนย้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้คุ้มกันตลอดการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่นิยมอุตสาหกรรมบางปะอินเพื่อทำการเผาทำลาย

นายวิชัย กล่าวว่า ยาเสพติดของกลางเป็นยาเสพติดจากที่ได้จับกุมยาเสพติด จากนั้นมีการนำของกลางมามอบต่อสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ก่อนที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส.จะส่งยาเสพติดของกลางมายังอย. เพื่อทำการเก็บรักษาจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่ง