ศจย. จี้ รัฐเก็บภาษีบุหรี่-ยาเส้นอัตราเดียวกัน ชี้ เผาปอด ก่อสารพัดโรคเหมือนกัน

27.06.19 | 13:46 น.

ศจย. จี้ รัฐเก็บภาษีบุหรี่-ยาเส้นอัตราเดียวกัน ชี้ เผาปอด ก่อสารพัดโรคเหมือนกัน

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ชี้บุหรี่-ยาเส้น เผาปอดเหมือนกัน แต่ตอนนี้เก็บภาษีต่างกันไกล แนะรัฐใช้หลักการ อันตรายต่อสุขภาพมากต้องเก็บภาษีมาก หวังผลไทยสามารถลดการบริโภคยาสูบตามเป้าหมาย สิ้นปี 2562 ไม่เกิน 16.7% และไม่เกิน 15% ภายในปี 2568

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)กล่าวว่า ยาเส้น ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการลดจำนวนผู้บริโภคยาสูบในประเทศไทย แม้รัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการภาษีกับยาเส้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยขึ้นภาษีจาก 0.005 บาทเป็น 0.10 บาทต่อกรัม แต่เชื่อว่ายังไม่มีผลกระทบด้านราคาขายปลีกอย่างมีนัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูบลด ละ เลิกการสูบยาเส้น

“ยาสูบทุกชนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน หากรัฐบาลใช้มาตรการภาษีมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะควบคุมจำกัดการบริโภคยาสูบให้ได้ผล ก็ควรต้องยึดหลักการที่ว่า สินค้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากต้องเก็บภาษีมาก บุหรี่และยาเส้น มีผลทำให้สุขภาพผู้เสพเสื่อมทรุดรุนแรงเช่นเดียวกันเพราะเป็นตัวก่อโรค ไม่ว่าจะเป็น โรคปอด มะเร็ง หัวใจและหลอดเลือด มาตรการภาษีของบุหรี่และยาเส้นจึงควรเป็นอัตราเดียวกัน อย่างน้อยที่สุดอัตราภาษีจะทำให้ราคาขายปลีกบุหรี่-ยาเส้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน”ศ.นพ.รณชัย กล่าว

Advertisement

.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลขึ้นภาษียาเส้นล่าสุด ว่ามีผลต่อการลดการบริโภคยาสูบน้อยมากหากผู้ผลิตไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค แต่ถ้าผลักภาระให้ผู้บริโภคก็อาจทำให้ราคาขายปลีกยาเส้นเพิ่มขึ้น 2-3 บาทเท่านั้น ซึ่งแทบจะไม่กระทบเงินในกระเป๋าของผู้สูบยาเส้น

“ผมว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ต้องให้ชัดว่าเลือกสุขภาพของประชาชนมากกว่า ตอนนี้รัฐเสียงบประมาณรักษาผู้ป่วยปีละกว่า 70,000 ล้านบาท ตรงนี้ลดลงได้มากถ้าสามารถลดจำนวนผู้สูบโดยรวมได้ตามเป้า ส่วนเรื่องที่ชาวไร่ปลูกยาเส้นรวมตัวร้องเรียนว่าเดือดร้อน รัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยอย่างแข็งขันโดยวางแผนในเรื่องพืชทดแทนทั้งการปลูกและการตลาด” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ใช้มาตรการภาษีเพื่อจำกัดการบริโภคยาสูบ โดยขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งล่าสุด กันยายน 2560 ในอัตรา 1.2 บาทต่อมวนบวก 20% ของราคาปลีกหากราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และเก็บภาษี 1.2 บาทต่อมวนบวก 40% ของราคาปลีกหากราคาเกินซองละ 60 บาท ทำให้ราคาบุหรี่ต่ำสุดอยู่ที่ซองละ 60 บาท ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมบุหรี่ทั้งระบบ โดยการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) มีผลการดำเนินงานแย่ลงกว่าร้อยละ 90 ทันทีในปีงบประมาณ 2561 ทั้งยังต้องรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ได้เพียงครึ่งหนึ่งจากโควตาปกติ จนรัฐต้องออกมาให้เงินช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้สูบลดการบริโภคบุหรี่แต่กลับเปลี่ยนตลาดมาสูบยาเส้นแทน เพราะราคาขายปลีกอยู่ที่ซองละ 5-12 บาทเท่านั้น