โยธาเขตดินแดงแจ้งเอาผิดบริษัทผู้เช่าอาคารเปิด”ลิตเติ้ลดั๊ก”ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

27.06.19 | 15:32 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน นายบัญชา สืบประพัน หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตดินแดง เข้าพบ ร.ต.อ.สุจิน พรประภาพรชัย รอง สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เพื่อแจ้งความเอาผิดกับ บริษัทพีเอสเอสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรณีเช่าอาคารเปิดสถานบันเทิงลิตเติ้ลดั๊ก ซึ่งตั้งอยู่บนอาบอบนวดนาตาลีเก่า ถนนรัชดาภิเษก ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่22/2558 ห้ามไม่ให้ใช้สถานที่ใดที่ต้องคดีค้ามนุษย์เปิดทำการในเวลา 5 ปี โดยมี พ.ต.อ.ภูริส จินตรานนท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ร่วมสอบสวน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานบันเทิงดังกล่าวร่วมกับ ตำรวจ บก.ปทส. ศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่โยธา สำนักงานเขตห้วยขวาง


นายบัญชา กล่าวว่านำแปลนอาคารและเอกสารระงับการเข้าใช้อาคารดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองออกคำสั่งไว้ตั้งแต่ปี2559 เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความต่อบริษัทดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้เช่าลิตเติ้ลดั๊กเป็นที่ประกอบการ ในความผิดฐาน “ใช้อาคารผิดประเภท ดัดแปลงต่อเติมอาคารพักอาศัยเป็นอาคารพาณิชย์” ตาม พ.ร.บ.อาคาร และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน หลังพบว่าบริษัทดังกล่าวกลับมาต่อเติมอาคารอีกครั้ง โดยไม่ได้ยื่นผังการต่อเติมตัวอาคารต่อสำนักงานเขต ซึ่งจากการเข้าร่วมตรวจสอบพบว่ามีการดัดแปลงอาคาร หลังคาด้านหน้า กว้าง 15 เมตร และหลังคาด้านหลังมีการต่อเติมยาวไปจนถึงคลองสาธารณะ ซี่งตามกฎหมายจะต้องห่างประมาณ 3 เมตร อีกทั้งภายในอาคารที่แบ่งเป็นห้องนั้นผิดไปจากแบบที่เคยขออนุญาต เมื่อปี 2538

พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า สถานบริการดังกล่าว ต่อเติมอาคารทั้งที่ไม่ได้แจ้งเรื่องกับหน่วยเกี่ยวข้องมาก่อน จึงไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากตั้งอยู่ในสถานที่ที่ถูกออกคำสั่งห้ามไม่ให้เข้าใช้อาคาร ซึ่งอาจเป็นผลต่อเนื่องไปยังการต่อใบอนุญาตในอนาคต เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ย้ำว่าทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และรวมถึงทรัพย์สินจากการฟอกเงิน ต่อจากนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) จะพิจารณาเรื่องเข้ายึดทรัพย์สินหรืออาคารต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ภูริส กล่าวจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การก่อสร้างต่อเติมอาคารดังกล่าวเป็นการละเมิดและฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครอง เนื่องจากไม่ได้ขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งขาดการต่อมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559 ส่วนเรื่องของอาบอบนวดนาตาลี จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเกรงจะกระทบกับรูปคดี  รายงานข่าวแจ้งว่า บริเวณอาคารดังกล่าวมีทั้งหมด 9 คูหา โดยเมื่อปี 2559 หลังสั่งปิดสถานบริการนาตาลี ได้มีคำสั่งห้ามใช้อาคารจำนวน 6 คูหา

Advertisement