เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน หรือสารวัตรแย้ ออกมาขอความเป็นธรรม พร้อมกับระบุว่าถูกกลั่นแกล้งจากขบวนการค้ายาเสพติด ส่งกล่องพัสดุบรรจุยาอีและยาไอซ์ผ่านไปรษณีย์นำไปส่งที่บ้าน จนมารดาถูกจับกุม ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.นครสวรรค์ พล.ต.ต.วันชัย สุวรรศิริเขต รอง ผบช.ภ.6 ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.6 พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของสารวัตรแย้ และการขยายผลขบวนการค้ายาเสพติดทางไปรษณีย์ที่รับโอนมาจาก ภ.จว.บุรีรัมย์ โดยมีนายวัฒนา เกิดผล ผอ.ปสส.ภ.6 พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.สส.ภ.6 พ.ต.ท.สมพร ปราบุตร สว.กก.สืบสวน 4 บก.สส.ภ.6 รวมถึงทีมชุดทำงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมชี้แจงผลความคืบหน้าในการสืบสวนคดี ก่อนนำผลตรวจสอบระหว่างตำรวจและ ป.ป.ส.ที่ได้จากคดีที่เกี่ยวข้องของหลายจังหวัดมาแลกเปลี่ยน เพื่อวางแนวทางในการสืบสวนสอบสวน และร่วมทลายแก๊งเครื่อข่ายยาเสพติดทางไปรษณีย์ ซึ่งมีรายงานว่าจะมีการสรุปภาพรวมในประเด็นต่างๆ จากคำให้การของสารวัตรแย้ เพื่อหาตัวการและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบในคดีนี้ มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
หลังการประชุมโดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.ต.วันชัย สุวรรศิริเขต รอง ผบช.ภ.6 นายวิชัย
ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายวัฒนา เกิดผล ผอ.ปสส.ภ.6 พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย พล.ต.ต.วันชัยกล่าวว่า การประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตำรวจภาค 6 และรองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ทำให้สามารถทราบเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งอาศัยส่งพัสดุทางไปรษณีย์ทั่วประเทศ โดยจะส่งพัสดุไปรษณีย์จากเชียงราย เชียงใหม่ นครสวรรค์ บุรีรัมย์ ระนอง พังงา ขอนแก่น ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวนี้มีขบวนการโยงใยทั่วประเทศ ทำให้ตำรวจทราบว่าเครือข่ายนี้คือ “เครือข่ายแก๊งไบเล่ย์” ซึ่งมี นายสัญญา ศาลางาม อายุ 30 ปี ชาวตำบลนครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หรือว่า “โอ๊ด” ซึ่ง ป.ป.ส.มีหมายจับในอำเภอคีรีมาส และมีค่าหัวจำนวน 30,000 บาท เครือข่ายแก๊งไบเล่ย์นี้จะกระจายทั่วประเทศ และมีเครือข่ายในจังหวัดนครสวรรค์ด้วย
“สำหรับพฤติกรรมของแก๊งไบเล่ย์นี้จะส่งพัสดุไปรษณีย์ใส่ยาเสพติดให้ลูกค้า ส่งต่อเป็นทอดๆ โดยนายไบเล่ย์เป็นคนสั่งการ จะส่งของไปยังไปรษณีย์แห่งหนึ่งโดยใส่บัตรประชาชนลูกค้าไปด้วย เมื่อเครือข่ายรับของจะส่งต่อเป็นทอด โดยส่งไปตามที่อยู่ในบัตรประชาชนที่ใส่ไปในกล่องพัสดุ กว่าจะถึงลูกค้าจะส่งหลายทอด และอยากต่อการตรวจสอบ” พล.ต.ต.วันชัยกล่าว และว่า ส่วน พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน จะเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรนั้น ขณะนี้ ป.ป.ส.และตำรวจจะต้องหาพยานหลักฐาน เช่น การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน เช็กไลน์ โทรศัพท์ หากพยานหลักฐานชัดเจนจะไม่เว้น แต่ว่าขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีกับตำรวจ แต่ขณะนี้พนักงานสอบสวน ป.ป.ส.ทราบแล้วว่าขบวนการไบเล่ย์มีตัวตน และมีครือข่ายกว้างขวางระดับประเทศ และในสัปดาห์หน้า ทางผู้บังคับการจะมีการประชุมสรุป และจะตั้งกองบัญชาการทลายแก๊งไบเลย์ที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยศูนย์ร่วมนี้จะมีตำรวจ ปส. ป.ป.ส. และตำรวจภาค 6 ทำงานร่วมกัน และจะกวาดล้างให้สิ้นสุดโดยเร็ว
นายวันไชยเปิดเผยว่า “แก๊งไบเล่ย์” ขบวนการส่งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณีย์ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างตำรวจและ ป.ป.ส. ทราบชัดเจนว่ามีตัวตนจริงและใหญ่เท่ากับแก๊งมันทุกเม็ดที่ ป.ป.ส.ทลายมาแล้ว ประเด็นสำคัญเครือข่ายนี้เป็นคนนครสวรรค์ด้วย ซึ่งมีหมายจับค้างเก่าและมาค่าหัวนำจับ 3 หมื่นบาท
“เครือข่ายไบเล่ย์เป็นเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศที่มีขบวนการเครือข่ายกระจายไปทั่วประเทศ จะส่งยาเสพติดกันทางไปรษณีย์เป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนขบวนการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ป.ป.ส.จะต้องประสานงานและทลายเครือข่ายนี้ต่อไป เพราะบางครั้งเกี่ยวพันกันหายขั้นตอน ซึ่งจากนี้ ป.ป.ส. ปส.ภาค 6 และตำรวจจะทำงานร่วมกันเพื่อทลายแก๊งไบเล่ย์ต่อไป หากใครทราบเบาะแส สามารถแจ้งได้ มีรางวัลนำจับให้” รองเลขา ป.ป.ส.กล่าว และว่า ส่วนฐานข้อมูลของตำรวจ พ.ต.ท.พิเชษฐ จะเกี่ยวพันด้วยหรือไม่นั้น คงจะชัดเจนในไม่ช้านี้ เพราะขณะนี้ต้องตรวจสอบหลายอย่าง เช่น เส้นทางการเงิน ธุรกรรมการเงิน การสื่อสาร หากมีหลักฐานเพียงพอจะสามารถระบุได้ เพราะเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นหลัก เพราะหากพูดอะไรไปโดยหลักฐานไม่เพียงพอจะสร้างความเสียหายได้ เรื่องนี้หน่วยงาน ป.ป.ส. ปส.ได้ให้ข้อมูลตำรวจ พนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว คงต้องอยู่ที่การสืบสวนสอบสวนของตำรวจเป็นหลักว่าจะสามารถออกหมายจับใครเพิ่มเติมได้คงใช้เวลาไม่นานนัก น่าจะชัดเจนในเรื่องนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐานเป็นหลัก
ด้าน พล.ต.ต.ดำรงค์เปิดเผยว่า ทางตำรวจพนักงานสอบสวนได้หลักฐานสำคัญจาก ป.ป.ส. ปส.ภาค 6 นำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนอย่างชัดเจนมากขึ้น ขณะนี้ได้ตั้งแนวทางการสืบสวนไว้แล้วโดยยึดข้อมูลจาก ป.ป.ส. ปส.ภาค 6 เป็นแนวทาง โดยสั่งการให้ชุดสืบสวนไปตามจับนายสัญญาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะหากสามารถจับกุมได้จะคลี่คลายทั้งหมด เพราะเครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศ การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานจึงสำคัญ ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลแล้วว่าใครเป็นใคร คาดว่าสัปดาห์หน้าจะประชุมสรุปได้ระดับหนึ่ง
รายงานข่าวจาก ปส.ภาค 6 เปิดเผยว่า กรณีนายสัญญา หรือโอ๊ด เข้ามาเกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน โดยเข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์ของขบวนการค้ายาเสพติดเพราะว่าทั้งสองคนเคยรู้จักกัน จึงเป็นเพื่อนกันอยู่ในกลุ่มไลน์ นอกจากนี้ นายสัญญา หรือโอ๊ด เคยเป็นเพื่อนสนิทสารวัตรแย้ กิน เที่ยว เป็นประจำ แต่ระยะหลังเกิดผิดใจกันเพราะเดินคนละเส้นทาง มีการเจรจาเรื่องคดีความหลายครั้ง ส่งผลให้เพื่อนรักต้องหักเหลี่ยมโหดกันขึ้น ส่วนจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น พนักงานสืบสวนสอบสวนจะต้องหาพยานหลักฐานให้แน่นหนาต่อไป

