เวลา 14.00 น. วันที่ 28 มิถุนายน วันทีสองของการจัดงานเฮลแคร์ 2019 เรียนรู้สู้โรค ที่อิมแพค เมืองทองธานี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฬา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บรรยายบนเวทีเฮลท์ทอล์ก หัวข้อ “เจาะลึกเรื่องกัญชาทางการแพทย์และสถานการณ์ในประเทศไทย” กล่าวโดยสรุปว่า กัญชาไม่ใช่ยาผีบอก สามารถรักษาได้ โดยไทยมีตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมมาแต่โบราณ ขณะที่ทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าร่างกายมนุษย์ยังมีสารสำคัญที่มีอยู่ในกัญชา ซึ่งกัญชามีสารเมา คือ ทีเอชซี และสารไม่เมา คือ ซีบีดี ต่อมาจึงมีความพยายามสกัดสารสำคัญจากกัญชามาใช้ทางการแพทย์ แต่บางคนใช้แล้วหาย บางคนหายหลังจากใช้แล้ว 10 วัน ขณะที่บริษัทยาทั่วโลกมีความพยายามผลิตสารสกัดกัญชาใช้รักษาให้ถูกโรคถูกอาการ โดยต้องยอมรับว่ากัญชาสามารถบรรเทาอาการรักษาได้ทุกอาการ แต่ไม่สนับสนุนให้ใช้กัญชาเพื่อการสูบและเพื่อสันทนาการเด็ดขาด ขณะที่หมอเองจะรักษาผู้ป่วยอย่างไรจะทำตามที่หรือรักษาอาการผู้ป่วยตรงหน้า ที่ผ่านมามีหลายคนเลือกใช้กัญชาเพื่อรักษาผู้ป่วยและพบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ระหว่างที่สารกัดกัญชาถูกกฎหมายยังไม่มี โดยปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อยู่ระหว่างปรุงยาตำรับไทยที่มีส่วนผสมของกัญชา และอีก 3-4 เดือนข้างหน้าจะมีคลินิกแพทย์กัญชาทั่วประเทศและบุคคลเหล่านี้ผ่านการอบรมแล้ว ทำให้ขณะนี้ผู้ป่วยจึงต้องใช้กัญชาที่มีอยู่ในปัจจุบันระหว่างรอผลิตทางการแพทย์ ส่วนข้อแนะการใช้ให้ใช้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยปรับการใช้ ซึ่งธรรมชาติของกัญชาหากใช้แบบดูดจะตกถึงท้องทันที ทำให้ปริมาณดูดซึมไม่คงที่ หากใช้หยดซอกฟันจะออกฤทธิ์ภายใน 4-8 ชั่วโมง ใช้หยดใต้ลิ้นภายใน 15-45 นาที และกิน จะใช้เวลาออกฤทธิ์ 1-4 ชั่วโมง แต่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ใช้กิน ซึ่งยาไม่ได้ออกฤทธิ์ทันที ผู้ป่วยจึงหยดอีก ทำให้เกิดอาการเมากัญชา เช่น รู้สึกเวียนหัว อยากอาเจียน ความดันตก ชีพจรเต้นช้าลง หากใช้ผิดวิธีเวลาเมาไม่ต้องตกใจ ยกเว้นมีความดันตกอยู่ ต้องรีบพบแพทย์ หรือหากมีภาวะอื่น เช่น มีเส้นเลือดสมองตีบ ยากัญชาจะไปเสริมกระตุ้นและเสริมฤทธิ์ยาปัจจุบันที่ทานอยู่ พร้อมยืนยันว่าการใช้กัญชาจะต้องใช้ควบคู่การรักษาแผนปัจจุบัน กัญชาสามารถใช้รักษาและชะลอ 7 อาการ เช่น ภาวะแข็งเกร็ง เบื่ออาหาร ทานอาหารไม่ได้ ใช้สารหยดตามซอกฟันได้ ภาวะโรคเคมีบำบัด พาร์กินสัน สมองเสื่อมและภาวะคล้ายสมองเสื่อม รวมถึงมีบางอาการเป็นของแถม เช่น ผมร่วง โรคสะเก็ดเงิน โรคอัลไซเมอร์
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อใช้กัญชาจะต้องมีความรู้ รู้ว่าจะต้องใช้อย่างไร ต้องใช้ให้ถูกวิธีและต้องมีการควบคุมไม่ให้ใช้ผิดประเภท โดยต้องไม่ทิ้งยาแผนปัจจุบัน รวมทั้งยืนยันว่ากัญชาไม่ใช่ทุกคนจะได้รับผลดีจากการใช้ ส่วนคำถามว่าใช้แล้วเป็นบ้านั้น ข้อพิสูจน์เมื่อปี 2018 พบแล้วว่าเป็นบ้าเกิดขึ้นก่อน เริ่มจากติดกัญชาก่อน อยากสูบวันละหลายมวน จุดประสงค์เพื่อความเมา จากนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเนื้อสมอง โดยเฉพาะคนที่ติดจะมีรหัสพันธุกรรมจำเพาะ จึงไม่สนับสนุนให้สูบเพื่อเมา เพราะถ้าเสพแล้วติดจะทำให้เกิดโรคทางจิตเวชได้ นอกจากนี้ ถ้าเผลอสูบแล้วติด แล้วมีอาการทางจิตต้องรีบพบแพทย์ทันที ดังนั้น การใช้กัญชาอย่างรู้ข้อจำกัด จะต้องใช้อย่างถูกวิธีถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด



