ลุ้น กลุ่มป่าแก่งกระจาน มรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย

2.07.19 | 10:07 น.

ลุ้น กลุ่มป่าแก่งกระจาน

มรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย

 

เปิดฉากไปแล้วสำหรับการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 43 ของประเทศสมาชิกภายใต้ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติหรืออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม

Advertisement

 

โดยปีนี้ ประเทศไทยหมายมั่นปั้นมือว่า กลุ่มป่าแก่งกระจาน จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ หลังจากที่เราพยายามนำเสนอเรื่องนี้มาแล้ว 2 รอบ พบกับข้อท้วงติง และอุปสรรคต่างๆ นานามากมาย ซึ่งคณะทำงานในเรื่องนี้ ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ช่วยกันดำเนินการแก้ปัญหา ตามการท้วงติงอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่มีการสนับสนุนการดำรงชีวิตและการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมไปถึงการปักปันเขตแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะในเส้นขอบเขตพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานขอขึ้นเป็นมรดกโลก ไทยขยับเส้นขอบเขตการประกาศปรับลดขนาดฝั่งซ้ายอีกประมาณร้อยละ 15 โดยเน้นเฉพาะพื้นที่ป่าอนุรักษ์เท่านั้น

 

คาดว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ระหว่างนี้ก็จะเป็นเรื่องของการขอเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิก เพื่อให้โหวตสนับสนุนป่าแก่งกระจานของประเทศไทยให้เป็นมรดกโลก

 

การประชุมครั้งนี้ รัฐบาลไทยเห็นชอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงปารีส ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเข้าร่วมประชุม รวมไปถึงการประชุมสมัชชารัฐภาคีแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 22 ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ด้วย โดยมี สผ. ในฐานะฝ่ายเลขาฯของอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทำหน้าที่นี้ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอีกด้วย

 

อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติหรืออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เริ่มดำเนินงานขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2514 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในหมู่รัฐภาคีอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมทั้งด้านนโยบาย การบริหารเทคนิคและการเงิน เพื่อสงวนรักษา คุ้มครองและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติให้คงอยู่ต่อไป

ป่าแก่งกระจาน

 

ต่อมาในปี พ.ศ.2519 ได้จัดตั้ง “คณะกรรมการมรดกโลก” (World Heritage Committee) ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่พิจารณาในการจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงินตามคำขอจากรัฐภาคี เพื่อดูแลแหล่งวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีความสำคัญระดับโลก และพิจารณาคุณสมบัติและคำขอรับการขึ้นทะเบียน แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เป็นแหล่งมรดกโลก รวมทั้งถอดถอนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่อยู่ในภาวะอันตราย (World Heritage in danger) จากบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก โดยปัจจุบันองค์ประกอบของคณะกรรมการมรดกโลก ประกอบด้วยรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ จำนวน 21 ประเทศ

 

ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นรัฐภาคีสมาชิกในอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2530 โดยมีกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามอนุสัญญาฯ และขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อกำกับและดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพันธกรณีอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก รวมถึงพิจารณาเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติเพื่อบรรจุไว้ในบัญชีมรดกโลก ผ่านคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก โดยราชอาณาจักรไทยเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก จำนวน 3 สมัย ดังนี้ สมัยที่ 1 พ.ศ.2532-2538 (ค.ศ.1989-1995) สมัยที่ 2 พ.ศ.2540-2546 (ค.ศ.1997-2003) และสมัยที่ 3 พ.ศ. 2552-2556 (ค.ศ.2009-2013)

 

แหล่งมรดกโลก (World Heritage Site) คือ พื้นที่หรือจุดหลัก (landmark) ที่ได้รับคัดเลือกจากยูเนสโก เพราะมีลักษณะสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือด้านอื่น และได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายตามสนธิสัญญา สถานที่เหล่านี้ถือว่าสำคัญต่อประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาติ ในปัจจุบัน (กรกฎาคม 2561) มีมรดกโลกทั้งหมด 1,092 แห่ง ใน 167 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 845 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 209 แห่ง และอีก 38 แห่ง เป็นแบบผสมทั้งสองประเภท โดยอิตาลีเป็นประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุด คือ 54 แห่ง แม้ว่ายูเนสโกจะอ้างอิงถึงมรดกโลกแต่ละแห่งด้วยหมายเลข แต่การขึ้นทะเบียนในหลายครั้งก็จะผนวกเอามรดกโลกที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้วเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกที่มีพื้นที่มากขึ้น ดังนั้น จึงมีหมายเลขมรดกโลกเกิน 1,200 แม้ว่าจะมีจำนวนมรดกโลกน้อยกว่าก็ตาม มรดกโลกแต่ละแห่งเป็นทรัพย์สินของประเทศที่เป็นเจ้าของดินแดน ที่มรดกโลกตั้งอยู่ แต่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผลประโยชน์ของประชาคมระหว่างประเทศในการอนุรักษ์มรดกโลกแห่งนั้น

 

ประเทศไทย มีแหล่งมรดกโลกจำนวน 5 แหล่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2562 ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีมติเห็นชอบเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม เมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก ด้วยทรงคุณค่าแห่งเมืองโบราณขนาดใหญ่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายราว 1,700 ปี ต่อเนื่องยุคทวารวดีศตวรรษที่ 12-16 และวัฒนธรรมขอม โดยมีปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง เขาคลังใน เขาคลังนอก ปรางค์ฤาษี และถ้ำเขามอรัตน์ และโดยเฉพาะเจดีย์เขาคลังนอก ที่กรมศิลปากร ขุดแต่งเมื่อปี 2551 ต่อมาพบว่าเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบ ในวัฒนธรรมทวารวดี ที่บ่งชี้ถึงความรุ่งเรืองของศรีเทพในอดีต

 

ทั้งนี้ กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทปลายบัด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสิ่งก่อสร้างในอดีตที่แสดงถึงความเชื่อ และปรัชญา ในศาสนาฮินดู สะท้อนถึงภูมิปัญญาชั้นสูงในการเลือกสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ที่ดับแล้ว ซึ่งข้อมูลจากศิลาจารึกและหลักฐานสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่พบภายในบริเวณปราสาทหินเขาพนมรุ้ง และที่เชิงเขาด้านทิศใต้ แสดงว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15

 

อีกไม่นานเกินรอ เราจะรู้กันว่ากลุ่มป่าแก่งกระจาน จะเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยหรือไม่