เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3) มีรายงานชุดคลี่คลายคดีคนร้ายชายฉกรรจ์รุมทำร้าย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ว่าสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์รวมถึงนายสิรวิชญ์แล้ว 4-5 ปาก ซึ่งข้อมูลมากพอสมควร และทั้งหมดให้การไปในทิศทางเดียวกันโดยเฉพาะตำหนิรูปพรรณคนร้ายว่ามีการแต่งกายมิดชิด รูปร่างสันทัด แต่ยังไม่ยืนยันว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธชนิดใด ส่วนการสอบปากคำนายสิรวิชญ์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเชื่อว่ามูลเหตุเกิดจากการแสดงจุดยืนทางการเมือง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินกู้นอกระบบ เพราะไม่มีหนี้สินและพ่อได้เสียชีวิตไปแล้ว 8 ปี ซึ่งหนี้ของพ่อที่ได้ยืมจากคนรู้จักชดใช้คืนจนหมดไปนานแล้ว แต่ผู้บาดเจ็บยังไม่ทราบตัวบุคคลและอาวุธที่ใช้ก่อเหตุที่ชัดเจน ตำรวจจึงเชื่อว่ามูลก่อเหตุไม่เกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ และหนึ่งในคนร้ายไม่ได้เป็นลูกน้องนักการเมืองตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนหมดข้อสงสัยในประเด็นที่จะสอบปากคำนายสิรวิชญ์แล้ว
ทางด้านชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย ขณะนี้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 20 ตัว ซึ่งไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดไปใกล้เคียงพื้นที่ย่านวิภาวดีแล้ว โดยตลอดเส้นทางที่กล้องสามารถจับภาพได้นั้น ยังไม่เห็นใบหน้าคนร้าย เพราะสวมหมวกกันน็อกเต็มไปปิดบังใบหน้า แต่ยืนยันว่าภาพที่ได้จากกล้องชัดเจน ขณะเดียวกันต้องรอยืนยันเรื่องช่วงเวลาของกล้องแต่ละตัวที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกัน ซึ่งจะต้องนำมาเทียบเคียงเวลาให้ชัดเจนก่อน
ด้าน น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดานายสิรวิชญ์ เปิดเผยถึงอาการของลูกชายว่า อาการยังทรงตัว สามารถพูดจาตอบโต้กับบุคคลรอบข้างได้ ส่วนแผลที่จมูกยังคงต้องห้ามเลือด และแผลที่ตายังต้องระบายเลือดที่คั่ง ทั้งนี้ หากออกจากโรงพยาบาลแล้วจะรีบผลักดันให้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอินเดียทันที เพื่อป้องกันการถูกทำร้ายอีก ส่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พญาไท ดูแลตลอด 24 ชม. เพื่อความอุ่นใจของครอบครัว

