จี้“สธ.”เอาผิดสถานประกอบการจัดแข่งดวลเบียร์ หวั่นทำนักดื่มดับ-เยาวชนเลียนแบบ

3.07.19 | 15:56 น.

“เครือข่ายต้านเหล้า”จี้“สธ.”เอาผิดสถานประกอบการจัดแข่งดวลเบียร์ ทำนักดื่มดับ-เยาวชนเลียนแบบ

เวลา 10.00 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่กว่า 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงบังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการที่จัดกิจกรรมแข่งขันดื่มเบียร์ จนเป็นเหตุให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันเสียชีวิตตามที่ปรากฏเป็นข่าว รวมถึงสถานบริการอื่นที่มีการจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

​ทั้งนี้ ทางเครือข่ายได้นำหลักฐานที่ประชาชนร้องเรียน กิจกรรมแข่งขันดื่มเบียร์ ตามสถานบันเทิง มีการโฆษณา เชิญชวนให้ลูกค้ามาร่วมแข่งขัน หรือแข่งขันกันเองในงานเลี้ยง ทางสื่อออนไลน์มามอบให้กระทรวงเพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดด้วย

นายคำรณ กล่าวว่า จากข่าวที่ปรากฏมีผู้เสียชีวิตจากการแข่งขันดื่มเบียร์ ขึ้นในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ซึ่งปัจจุบันกิจกรรมลักษณะนี้กำลังเป็นที่นิยมในสถานบันเทิง สถานประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจแอลกอฮอล์ หรือแม้แต่กิจกรรมงานเลี้ยงต่างๆ โดยผู้ที่ร่วมกิจกรรมอาจจะยังไม่รู้ถึงพิษภัย อาจจะด้วยความคึกคะนองหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเป็นอันตรายถึงชีวิต ประกอบกับกลุ่มธุรกิจสุรา หรือสถานบันเทิง ได้ฉวยโอกาสในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายและเชิญชวนให้ผู้บริโภคเข้าร้านเพื่อร่วมการแข่งขันชิงรางวัล ซึ่งเข้าข่ายลักษณะความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในหลายมาตรา

นายคำรณ กล่าวว่า ในฐานะที่กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทหน้าที่โดยตรงเนื่องจากเป็นเจ้าพนักงานตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เครือข่ายฯจึงขอแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังนี้ 1.ขอให้เร่งติดตามตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยเป็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 30(4) มาตรา 30(5) ว่าด้วยการห้ามส่งเสริมการขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 29(2) ว่าด้วยการห้ามขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ รวมทั้งอาจผิดมาตรา 32 เรื่องการโฆษณาตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 500,000 ปรับ รวมถึงปรับรายวันอีกวันละ 50,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง 2.โปรดสั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจสอบการจัดกิจกรรม ในลักษณะการส่งเสริมการขายโดยการแข่งขันดื่มเบียร์ สุรา หรือกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ เช่น โปรโมชั่นเบียร์บุฟเฟ่ต์ ในสถานประกอบการ หรือสถานบริการเกี่ยวกับธุรกิจแอลกอฮอล์ ดังกล่าวทั่วประเทศ เพราะเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และให้เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกฎหมายเพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำความผิด
3.ให้สธ.เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อผลกระทบ และอันตรายต่อการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปริมาณมาก หรือการจัดแข่งขันการดื่มลักษณะดังกล่าวให้ชัดเจน เพราะอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มนักดื่ม นำมาซึ่งความสูญเสียได้และ 4.ขอเรียกร้องผ่านไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้จัดงานขั้นเด็ดขาดเนื่องจากมีผลกระทบถึงขั้นเสียชีวิต ต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียครั้งนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งนี้ เครือข่ายได้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือในทางกฎหมายทั้งทางเพ่งและอาญากับครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้วหากได้รับการร้องขอ

Advertisement

ด้านนายชูวิทย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมลักษณะนี้มีอันตรายและมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ด้วยเป็นการดื่มในปริมาณมากหรือเข้มข้นเกินไปในระยะเวลาอันจำกัด ที่น่าห่วงคือ หากพฤติกรรมการดื่มแข่งขันแบบนี้ระบาดลงไปในกลุ่มเด็กและเยาวชนจะอันตรายมากด้วยวัยที่คึกคะนอง จึงมีความจำเป็นที่ต้องป้องปราม

“ไทยมีกฎหมายอยู่แล้วแต่ต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เสือกระดาษ เจ้าหน้าที่ต้องไม่เพิกเฉยจนลุกลามบานปลาย กระแสแบบนี้ผลประโยชน์จะตกกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเพียงฝ่ายเดียว ด้วยการกระตุ้นโหมทำการตลาดที่ขาดความรับผิดชอบ แต่ผลกระทบทางสังคมและความสูญเสียจะเกิดกับผู้บริโภคอย่างแน่นอน เหตุการณ์นี้ไม่ว่าใครจะเป็นคนจัด ต้องมีผู้รับผิดชอบถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องเรียกร้องให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ร้านเหล้าผับบาร์ทั้งหลายรับผิดชอบให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่โทษแต่ผู้บริโภค ส่งผลให้คนผิดตัวจริงลอยนวล” นายชูวิทย์กล่าว