ทส.ชู “หาดเจ้าไหม-หมู่เกาะลิบง-หมู่เกาะอ่างทอง” เป็น “อุทยานมรดกอาเซียน”

4.07.19 | 17:29 น.

ทส.ชู “หาดเจ้าไหม-หมู่เกาะลิบง-หมู่เกาะอ่างทอง” เป็น “อุทยานมรดกอาเซียน”

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม(ทส.) นายอดิศร นุชดำรงค์ รองปลัด ทส. นส.รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ ผอ.กองการต่างประเทศ ทส. ร่วมกันแถลงข่าว ทส.เป็นเจ้าภาพจัด “การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30” (30th ASEAN Senior Officials Meeting on the Environment : 30th ASOEN) ระหว่างวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

นายอดิศร กล่าวว่า ทส.เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ระดับปลัดกระทรวงหรือผู้แทนในตำแหน่งที่เทียบเท่า ซึ่งประเทศไทยจะถือเอาโอกาสที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ผลักดันนโยบายต่างๆของประเทศ เพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ในการประชุมดังกล่าว มีประเด็นสำคัญคือ 1.ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนต่อที่ประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 2.รายชื่อเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยประเทศ ไทย เสนอ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน 3.โรงเรียนเพื่อรับรางวัลโรงเรียนสิ่งแวดล้อมสีเขียว โดยประเทศไทยเสนอโรงเรียนเพื่อเข้ารับรางวัล ได้แก่ ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านโนนสำราญ – ยางเรียน จ.บึงกาฬ ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนควนโดนวิทยา จ.สตูล และ 4. ประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะทำหน้าที่ในระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2565โดย ประเทศไทยเสนอเป็นประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อแก้ปัญหาขยะทะเล

Advertisement

นส.รุ่งนภา กล่าวว่า นอกจากนี้ ประเทศไทยจะรายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงข้อริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมในโอกาสที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี พ.ศ. 2562 ได้แก่ 1.ผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 และ 2.ผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษเรื่อง การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2562 ที่ จ.เชียงใหม่ รวมถึงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมภายหลังการประชุมรัฐมนตรีดังกล่าว การประชุมครั้งนี้ จะเป็นการประชุมอาเชียน+ญี่ปุ่น อาเชียน + 3 คือ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และ อาเชียน + 8 ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย เพื่อถกปัญหาและความร่วมมือต่างๆ ใน 7 สาขาหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการสารเคมีและของเสีย และสิ่งแวดล้อมศึกษาการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน