สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี พระราชทานชื่อ พะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด “ยามีล” ทรงรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯ

5.07.19 | 12:13 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี พระราชทานชื่อ พะยูนที่เกยตื้นตัวล่าสุด “ยามีล” ทรงรับพะยูนทั้ง 2 ตัว ไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ร่วมกับกองทัพเรือ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับสนองพระดำริฯ แถลง โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ทช. พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพเรือ และผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมงานแถลงข่าว ครั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 ทช.

นายจตุพร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด ที่ จ.กระบี่ว่า ยามีล เป็นภาษายาวี มีความหมายว่าชายรูปงามแห่งท้องทะเลและทรงรับลูกพะยูนมาเรียมและลูกพะยูนยามีลไว้ในโครงการ “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์”

นายจตุพร กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีการพบลูกพะยูนน้อยมาเกยตื้นที่บริเวณอ่าวทึง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากมีการตรวจสอบทราบว่าเป็นลูกพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำลูกพะยูนตัวดังกล่าวมาอนุบาล บริเวณบ้านแหลมจูโหย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื่องจากเป็นแหล่งหญ้าทะเลอันเป็นอาหารของพะยูนที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูนมากที่สุดในเมืองไทย พร้อมกันนี้ได้มีทีมสัตว์แพทย์จากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คอยดูแลคอยป้อนนมและหญ้าทะเล อีกทั้งได้ตั้งชื่อให้ลูกพะยูนน้อยตัวนี้ว่า “มาเรียม” ที่แปลว่า “หญิงสาวที่มีความสง่างามแห่งท้องทะเล” จากนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ได้มีการพบลูกพะยูนเกยตื้นอีกตัว บริเวณชายหาดบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นลูกพะยูนเพศผู้ อายุประมาณ 3 เดือน มีความยาว 111 ซม. รอบตัว 66 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กก. สภาพอ่อนแรง และอิดโรยมาก จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าสภาพร่างกายอ่อนแรง ไม่สามารถประคองตัวเองได้ตามปกติ มีบาดแผลบริเวณแผ่นหลัง 5-6 แผล เป็นบาดแผลร่องรอยขีดข่วน สภาพร่างกายยังคงแข็งแรง และขณะนี้ทีมสัตวแพทย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการรับไปดูแลอย่างใกล้ชิด

Advertisement

ยามีน

นายจตุพร กล่าวว่า นอกจากนี้ จ.ตรัง และหน่วยงานภาคเอกชน จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือพะยูนและอนุรักษ์พะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากทะเลตรัง เพราะจังหวัดตรังเป็นถิ่นอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยตั้งชื่อเป็น “กองทุนมาเรียม เพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง” พร้อมกันนี้ในวันที่ 7 กรกฎาคม จะมีการจัดกิจกรรม “ปั่นปันน้ำใจ ให้พะยูนน้อย” ซึ่งเส้นทางการปั่นจักรยานจะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟกันตัง สิ้นสุดที่เกาะลิบง ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้าร่วมปั่นจักรยานจะได้รับเสื้อ “พะยูนน้อย” ราคาตัวละ 300 บาท โดยค่าสมัครทั้งหมดจะนำเข้ากองทุนมาเรียมเพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง ในการดูแล รักษาพะยูนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อมาทำการรักษาพะยูนได้ทันท่วงทีต่อไป

มาเรียม

นายจตุพร กล่าวว่า จากการสำรวจ ของนักวิชาการพบว่า ในประเทศไทยสามารถพบเห็นพะยูนได้ในบริเวณฝั่งทะเลอันดามันมากกว่าบริเวณฝั่งอ่าวไทย และบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและพื้นที่ใกล้เคียง มีการสำรวจพบฝูงพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลที่มีปริมาณมากที่สุดในประเทศไทย พะยูนอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีการสำรวจพบแนวหญ้าทะเลเท่านั้น เนื่องจากเป็นแหล่งอาหารหลัก จึงทำให้มีแนวโน้มที่พะยูนกำลังจะเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หากทุกฝ่ายยังไม่ร่วมมือกันอนุรักษ์แหล่งพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีระบบนิเวศหญ้าทะเล ดังนั้น โครงการ “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” จึงกำหนดกลุ่มงานอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ โดยมีแผนงานสนับสนุนการอนุรักษ์พะยูน มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยพะยูนไปขยายผลในระดับประเทศ รวมถึงใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง และพื้นที่ใกล้เคียงที่มีแหล่งพะยูนและหญ้าทะเล เพื่อกำหนดเป็นโมเดลหลักในการนำไปใช้ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่มีแหล่งพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลได้ในอนาคต

“ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด ที่จังหวัดกระบี่ว่า ยามีล ซึ่งมีความหมายในภาษายาวี ว่าชายรูปงามแห่งท้องทะเลและทรงรับลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวไว้ในโครงการฯ จึงนับเป็นพระเมตตาและเป็นที่ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานดูแลลูกพะยูนทั้ง 2 ตัว อีกทั้งยังเปรียบเสมือนการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก”นายจตุพร กล่าว