ปคบ.ประสาน อย.เฝ้าระวังยาลดอ้วนตัวใหม่ “ลอร์คาเซริน”

5.07.19 | 13:24 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการกองปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ผบก.ปคบ.) กล่าวถึงกรณีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบยาลดความอ้วนลอร์คาเซริน ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีผลข้างเคียงทำให้ปวดหรือเวียนศีรษะ มีผลต่อจิตประสาทและหัวใจว่า ภายหลังคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จัดประเภทของสารไซบูทามีน ซึ่งถูกลอบนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วน จากเดิมที่อยู่ในกลุ่มโทษของอาหารไม่บริสุทธิ์ มาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 เพิ่มอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากมีผู้ใช้แล้วเกิดเสียชีวิต ทำให้เริ่มมีการลักลอบนำสารลอร์คาเซริน ที่แม้จะยังไม่ถูกบัญญัติโทษเหมือนไซบูทรามีนแต่ก็ผิดกฎหมาย เข้ามาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม


พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต กล่าวต่อ สำหรับต้นทุนของยาลดความอ้วนทั้ง 2 ชนิดนั้น เริ่มต้นเพียงกิโลกรัมละหลักหมื่นบาท ซึ่งเพียงพอที่จะทำสินค้าถึงหลายแสนชิ้น โดยก่อนหน้านี้ ทาง บก.ปคบ. ตรวจยึดยาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่ง ได้ที่ จ.กำแพงเพชร และส่งตรวจกรมวิทยาศาสตร์ ก็พบทั้งไซบูทรามีนและลอร์คาเซริน ซึ่งกำลังประสานข้อมูลกับ อย. ถึงที่มาของสารดังกล่าวว่ามีการลักลอบนำเข้าสู่ประเทศไทยอย่างไร และกระจายในผลิตภัณฑ์ใดบ้างเท่าไหร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเพิ่มสารลอร์คาเซริน ต้องขึ้นบัญชีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 ให้เทียบเท่าไซบูทรามีนนั้น จะต้องผ่านความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งระหว่างนี้หากมีการตรวจยึดจับกุมลอร์คาเซติน จะเข้าข่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ตามมาตรา 25(1) ของ พ.ร.บ.อาหาร มีโทษตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเท่านั้น