ประชุมจนท.อาวุโสอาเซียนสิ่งแวดล้อม 8-12 ก.ค.
5 วัน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 85 ตัน
ปลูกต้นไม้ชดเชย 87 ไร่
วันที่ 8-12 กรกฎาคม ประเทศไทย จะมีการประชุมระดับประเทศครั้งสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมนั่นก็คือ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30 (30th ASEAN Senior Officials Meeting on the Environment : 30th ASOEN) โดยจะมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นเจ้าภาพในนามของประเทศไทย จะมีขึ้น ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม (ASOEN) เป็นการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ระดับปลัดกระทรวงหรือผู้แทนในตำแหน่งที่เทียบเท่า จัดขึ้นทุกปีโดยประเทศอาเซียนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ทุก 10 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสิ่งแวดล้อมล่าสุด คือ ครั้งที่ 20 เมื่อปี พ.ศ.2552
การเป็นเจ้าภาพประชุมในครั้งนี้ตรงกับปีที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน จึงถือเป็นโอกาสดีที่ ทส. จะผลักดันโครงการ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยดำเนินการอยู่เวลานี้ให้ตรงกับธีม การทำงานในฐานะประธานอาเซียนของประเทศไทย นั่นก็คือ Advancing Partnership for Sustainability หรือ ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน อันจะเพิ่มพูนความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน เพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก และจากสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกในปัจจุบันที่ทุกประเทศไม่สามารถจะนิ่งเฉยได้ เนื่องจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาข้ามพรมแดน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของทุกประเทศ
สำหรับหัวข้อการประชุมครั้งนี้ จะมีการพิจารณาความร่วมมือต่างๆ ใน 7 สาขาหลัก ได้แก่ 1.การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ 2.สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง 3.การจัดการทรัพยากรน้ำ 4.สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน 5.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6.การจัดการสารเคมีและของเสีย
และ 7.สิ่งแวดล้อมศึกษาการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย (1) การประชุม ASEAN-EU High-level Dialogue on Environment and Climate Change ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 (2) การประชุมกรรมการบริหารศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 21 (21th Governing Board Meeting of the ASEAN Centre for Biodiversity: 21th GB ACB) ระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม (3) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30 (30th Meeting of the ASEAN Senior Officials on the Environment: 30th ASOEN) ระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคม (4) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม อาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 13 (13th ASEAN-Japan Dialogue on Environmental Cooperation: 13th AJDEC) ในวันที่ 12 กรกฎาคม (5) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมบวกสาม ครั้งที่ 16 (16th ASEAN Plus Three Senior Officials Meeting on Environment: 16th ASEAN Plus Three SOME) ในวันที่ 12 กรกฎาคม และ (6) การประชุมเจ้าหน้าที่ ครั้งที่ 4 เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 5 (4th EAS Officials Meeting (EAS-OM) for the Preparation of 5th EAS Environment Ministers Meeting (EAS EMM)) ในวันที่ 12 กรกฎาคม
นายอดิศร นุชดำรงค์ รองปลัด ทส. เปิดเผยว่า ในการประชุมดังกล่าวมีประเด็นสำคัญที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบ คือ 1.ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนต่อที่ประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 ที่ยกร่างโดยประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน 2.รายชื่อเพื่อรับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยประเทศไทยเสนออุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน 3.โรงเรียนเพื่อรับรางวัลโรงเรียนสิ่งแวดล้อมสีเขียว โดยประเทศไทยเสนอโรงเรียนเพื่อเข้ารับรางวัล ได้แก่ ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านโนนสำราญ-ยางเรียน จ.บึงกาฬ ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนควนโดนวิทยา จ.สตูล 4.ประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะทำหน้าที่ในระหว่างปี พ.ศ.2563-2565 โดยประเทศไทยเสนอเป็นประธานคณะทำงานอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง
นายอดิศร กล่าวว่า นอกจากนี้ ประเทศไทยจะรายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงข้อริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมในโอกาสที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี พ.ศ.2562 ได้แก่ ผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2562 และผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษเรื่อง การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 21-22 มีนาคม 2562 ที่ จ.เชียงใหม่ รวมถึงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมภายหลังการประชุมรัฐมนตรีดังกล่าว
”ที่สำคัญ การประชุมครั้งนี้จะเป็นแบบกรีนมีตติ้ง(Green Meeting) ลดการใช้กระดาษ ไม่มีเอกสารแจกที่เป็นกระดาษ ลดการใช้วัสดุที่สิ้นเปลือง เพื่อลดขยะ ไม่ให้เกิดมลพิษตลอดทั้ง 5 วัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจว่าทั้ง 5 วันมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณเท่าไหร่เพื่อที่จะมีการชดเชย ทั้งนี้ เบื้องต้น คาดว่าการประชุมทั้ง 5 วัน จะมีการปล่อยคาร์บอนฯ ประมาณ 85 ตัน ดังนั้น จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปลูกต้นไม้เพื่อชดเชย โดยจากการคำนวณจะต้องปลูกต้นไม้ ประมาณ 87 ไร่ ซึ่งการประชุมแบบกรีนมีตติ้งครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย” นายอดิศรกล่าว
ด้าน นส.รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ ทส. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมอาเชียน+ญี่ปุ่น ที่จะเน้นในเรื่องของเมืองยั่งยืน พื้นที่สีเขียว ขยะทะเล และอาเชียน + 3 คือ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี โดยจีน สนใจเรื่องของเมืองยั่งยืน ขณะที่เกาหลีสนใจเรื่องของมลภาวะ การจัดการของเสีย ส่วน อาเชียน + 8 ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย เพื่อถกปัญหาและความร่วมมือต่างๆ ใน 7 สาขาหลักที่แต่ละประเทศสนใจ นอกจากนี้ แต่ละประเทศก็เป็นคู่เจรจาใน 7 สาขาอยู่แล้ว เป็นต้น
ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกลยั่งยืน

