ตร.จับ ‘2 ตัวการ’ ส่งพัสดุยัดยาเสพติดทำ ‘สาว ปวช.’ ติดคุก แม่ดีใจลูกพ้นผิดเตรียมช่วยลูกออกเรือนจำ
จากกรณีที่ น้องปลา อายุ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีสุดท้าย ที่สถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 หลังจากมีคนส่งพัสดุมาให้แต่ข้างในมียาเสพติดคือ ยาเม็ดผิวขาว 3 เม็ด ยาไอซ์ 10.30 กรัม หลังถูกจับกุมถูกนำไปตรวจปัสสาวะก็ไม่มีสารเสพติดในร่างกาย ขณะนี้ถูกจับกุมคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยเจ้าตัวยืนกรานว่าตนบริสุทธิ์ แต่เคยมีคนรู้จักคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อนามสกุลและที่อยู่ของตนในการให้คนส่งของมาให้ และได้ให้ทนายยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน จนสามารถทราบว่าคนส่งยาเสพติดมาทางพัสดุคือ เยาวชนชายอายุ 17 ปี ส่งมาจาก ปณ.จระเข้บัว กรุงเทพฯ ทราบชื่อว่านายปราบดา พรามจร (สวมเสื้อยืดลายขาวดำ) อยู่ ซ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ส่วนชื่อนายศุภชัย บุญมี ที่เขียนบนกล่องพัสดุว่าเป็นคนส่งนั้นเป็นเพียงชื่อที่อุปโลกน์ขึ้นมา จึงได้ประสานกับ สน.โคกคราม นำหมายจับจองศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ไปควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล โดยมีทนายซึ่งเป็นตัวแทนของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมสอบปากคำเบื้องต้นด้วย
เยาวชนชายกล่าวว่า ผู้สั่งการให้ส่งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณีย์ในครั้งนี้คือ นางฐิตา พงษ์อัครวานิช อายุ 23 ปี อยู่ที่ ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งรู้จักกันมาประมาณ 1 ปีแล้ว และเคยนำยาเสพติดมาส่งให้หลายครั้งแล้ว โดยขึ้นรถโดยสารจากกรุงเทพฯ มาส่งให้นางฐิตาไปรอรับที่ บขส.สุวรรณภูมิ บางครั้งก็ไปส่งให้ถึงบ้านเช่าของนางฐิตา ส่วนน้องปลา ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมก่อนหน้านี้นั้น ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่เคยเห็นหน้า แม้แต่ทางโซเชียลก็ไม่เคยติดต่อกัน
หลังจากการรับสารภาพจากนั้นได้ให้ผู้ต้องหา ชี้ตัวนางฐิตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยยืนปะปนกับคนอื่น และสลับที่กันหลายครั้ง ก็ชี้ได้โดยถูกต้องอย่างไม่ต้องลังเล จากนั้นจึงนำไปชี้จุดต่างๆ ที่เคยนำยาเสพติดมาส่ง ที่นั่งคุยกันและส่งยาให้นางฐิตา
ส่วนนางฐิตา ซึ่งยังไม่ทราบว่าเยาวชนชายถูกจับกุมและชี้ตัวผู้ต้องหาแล้ว ก็ยังให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ทำ และไม่มีส่วนรู้เห็นกับการส่งยาเสพติดทางพัสดุไปรษณีย์ในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำหลักฐานการโอนเงินให้เยาวชนชายหลายครั้งให้ดู นางฐิตาก็ยังให้การภาคเสธ ต่อมาสายวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้ง 2 คน ไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป
ทางด้านนางบุญถิน เกตุภูงา อายุ 58 ปี มารดาของน้องปลา และพี่สาวที่ดำเนินการติดตามเรื่องนี้เพื่อช่วยเหลือน้องมาโดยตลอด กล่าวว่า ดีใจที่ความจริงปรากฏชัดเจนขึ้น ชื่นชมตำรวจที่ขยายผล สืบสวนจนจับผู้ต้องหาตัวจริงที่ก่อเหตุได้ ตอนนี้รอแต่ให้ทนายเดินหน้าพิสูจน์ความจริง เพื่อให้ตำรวจช่วยให้ลูกได้ออกจากเรือนจำ เพราะไม่มีความผิด ส่วนนางฐิตา ซึ่งจับกุมได้นั้น พวกตนคิดว่าไม่น่าอภัยให้เด็ดขาด เพราะมาใส่ร้ายลูกสาวของตนเองจนต้องติดคุก อยากจะให้ถูกขังนานๆ เพราะจะออกมาแกล้งคนที่ไม่ความผิดต้องติดคุกอีก
ด้านพี่สาวของน้องปลา บอกว่ารู้สึกดีใจที่ผู้ต้องหาตัวจริงถูกจับได้ ที่ผ่านมาตนต้องใช้เวลาเดินเรื่องติดต่อประสานงานต่างๆ เพื่อสู้คดีให้กับน้อง จนต้องไม่ได้ไปเรียนหนังสือ งานก็ไม่ได้ทำ ถ้าน้องได้ออกมาเร็วก็จะได้ไปเรียนหนังสือและไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงแม่
ส่วน พ.ต.อ.กุลชาต จันโทริ ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรมากเกินไปกว่าผลการสืบสวนมีข้อมูลชัดเจนว่าไม่ผิดตัว ผู้ต้องหารายนี้ เคยลงมาพื้นที่ส่งยาหลายครั้ง รวมทั้งส่งมาทางไปรษณีย์ก็หลายครั้ง โดยคนในพื้นที่ มีส่วนเกี่ยวข้องทุกครั้ง และคนที่จับได้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ตัวละครยังมีอีกหลายคน แต่ยังบอกอะไร เพราะจะเสียรูปคดี และจะมีการไหวตัวหลบหนี รับรองว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

