เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป. พร้อม พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.แถลงจับกุม นายตะวัน หมอนทอง อายุ 29 ปี และ น.ส.พรทิพย์ หรือ พรพิส หรือ สา ปัดตายะสา อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ข้อหา “จัดหางานให้คนไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานให้ทำในต่างประเทศได้ฯ” ทั้งคู่เป็นสองสามีภรรยาที่หลอกผู้เสียหายว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ มูลค่าความเสียหาย 2 ล้านบาท จับกุมได้ที่ริมถนนสาธารณะ ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์
พ.ต.อ. สุรพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 10 คน รวมตัวในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เรื่องการหลอกลวงให้ไปทำงานด้านเกษตรกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยเมื่อปี 2560 ผู้เสียหายรู้จักกับ น.ส.พรทิพย์ และ นายตะวัน ที่อ้างตัวกับชาวบ้านว่า เคยไปทำงานที่ประเทศเกาหลี 2-3 ปี และสามารถช่วยให้ไปทำงานเกี่ยวกับการเกษตรที่ประเทศเกาหลีได้โดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่ต้องต้องตรวจโรค เนื่องจากยังมีพรรคพวกของตัวเองอยู่ที่ประเทศเกาหลี และจะได้เงินเดือนค่าจ้างเดือนละ 3-6 หมื่นบาทต่อคน แต่จะต้องเสียค่าดำเนินการใช้จ่ายในการเดินทางและค่าเอกสารคนละ 5-7 หมื่นบาทต่อคน ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากเห็นว่า น.ส.พรทิพย์ เคยไปทำงานที่ต่างประเทศจริง พูดคุยดูน่าเชื่อถือ ก่อนโอนเงินให้กับ น.ส.พรทิพย์ ไปประมาณ 2 ล้านบาท แต่ผ่านไปหลายเดือนกลับไม่มีใครได้ไปทำงานตามที่อ้าง จึงสอบถามไปยัง น.ส.พรทิพย์ ก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ก่อนที่ผู้เสียหายจะรวมตัวกันแจ้งความ ต่อมาตำรวจกองปราบสืบทราบว่า ทั้ง 2 หลบหนีมากบดานมนพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ จึงติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพว่า น.ส.พรทิพย์ จะทำหน้าที่หลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของนายตะวัน ทั้งสองอ้างว่าได้นำเงินที่หลอกลวงไปใช้จ่ายส่วนตัว และนำไปให้คนรู้จักที่อยู่ในประเทศเกาหลี ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประทาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ. สุรพงษ์ กล่าวต่อ ทั้งนี้ตรวจสอบประวัติ น.ส.พรทิพย์ พบมีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 9 หมาย ส่วนนายตะวัน มีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 2 หมาย รวมแล้วทั้งสองสามีภรรยามีหมายจับ 13 หมายจับ ซึ่งล้วนแต่เป็นคดีฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

