ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ครูฝึกซ้อมโหดเจ้าตัวทนไม่ไหวหนีออกจากค่ายขอความช่วยเหลือ

9.07.19 | 12:15 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยครอบครัวพลทหารเกณฑ์รายหนึ่ง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. แจ้งความกรณีนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ทหารเกณฑ์ แอบเล่นโทรศัพท์แล้วถูกครูฝึกทหารทำโทษจนได้รับบาดเจ็บและต้องหนีออกจากค่ายทหาร
นายเอกล่าวว่า สมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง เมื่อเข้าสู่เดือนที่สามของการฝึก ครูฝึกอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ทุกวันศุกร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครูฝึกจับได้ว่าเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลา จึงถูกครูฝึกทำโทษตั้งแต่เวลา 06.00-16.00 น. รวมทั้งหมด 6 ครั้ง โดยเริ่มแรก ครูฝึกเรียกไปคุยและตบหน้าทำโทษ 2-3 ครั้ง แล้วบังคับให้นอนลงกับพื้นก่อนใช้ไม้ไผ่ตีไปที่ก้นอีก 3-4 ครั้ง และกระทืบอีกประมาณ 20 นาที
นายเอกล่าวต่อว่า ก่อนรับประทานอาหารเช้า ครูฝึกใช้ไม้ไผ่ตีที่ก้นอีก 4 ครั้ง และระหว่างรับประทานอาหาร ครูฝึกกดหัวลงไปกระแทกที่จานข้าวก่อนจะให้เพื่อนทหารนำจานข้าวออกไป แล้วลากตัวไปให้ครูฝึกทำโทษต่อในการฝึกช่วงเช้า โดยใช้ไม้ไผ่ตีไปที่ก้นอีก 3-4 ครั้ง
จากนั้น ก่อนรับประทานอาหารเที่ยง ครูฝึกนำถังแกลลอนน้ำมาวางไว้บนศีรษะของตน ทำให้น้ำเปียกท่วมตัว ก่อนที่ครูฝึกจะทำทีเอามีดมาแทงที่อกด้านซ้ายแล้วกระทืบต่อ กระทั่งก่อนฝึกช่วงบ่าย ครูฝึกได้ใช้ไม้ไผ่ตีที่ก้นอีก จากนั้นก็มีครูฝึก 3 คน ได้เรียกตัวไปที่อาคารอเนกประสงค์เพื่อตบหน้า ถีบและกระทืบอีก


นายเอกล่าวต่อว่า ระหว่างเกิดเหตุมีเพื่อนทหารรู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่มีใครกล้าช่วย ก็ไม่กล้าถามครูฝึกว่าเหตุใดถึงต้องทำร้ายเกินกว่าเหตุ โดยเวลาประมาณ 23.00 น.ในวันเดียวกัน ก่อนที่จะหนีออกจากค่ายทหาร ครูฝึกขู่ว่า “ถ้าเอ็งหนี เอ็งเจอแน่” แต่ด้วยความที่ทนความเจ็บไม่ไหวจึงหนีออกมาเพื่อกลับบ้านไปหาครอบครัวในวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยอมรับตอนนี้ว่ารู้สึกกลัวมากและไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายทหารอีก เพราะเกรงว่าจะโดนทำร้ายซ้ำ
นายรณณรงค์กล่าวว่า เบื้องต้นนายเอมีแผลฟกช้ำที่ก้นทั้ง 2 ข้าง แผลถลอกที่แผ่นหลัง แก้ม 2 ข้างบวม และปวดมือด้านขวา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพักรักษาตัว 7 วัน โดยหลังจากเกิดเหตุค่ายทหารได้ติดต่อมาทางครอบครัวของนายเอ โดยแจ้งว่านายเอได้หลบหนีออกจากค่ายทหาร แต่ไม่ได้บอกถึงสาเหตุของการหลบหนีแต่อย่างใด โดยในวันนี้ได้นำหลักฐานเป็นภาพบาดแผลและใบรับรองแพทย์มาเข้าแจ้งความต่อกองปราบให้ดำเนินคดีกับครูฝึก 3 คน ที่ทำร้ายนายเอ เนื่องจากเกรงว่าหากนายเอหายดีและกลับไปยังค่ายทหารจะโดนทำร้ายอีก พร้อมทั้งอยากให้ครูฝึกออกมาชี้แจงว่าการใช้ไม้ไผ่ตีที่ก้นนั้นถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป