กอ.รมน.วางเสาเอก ‘บ้านมั่นคงเกียกกาย’ ถิ่นใหม่ชาวป้อมมหากาฬ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ชุมชนบ้านมั่นคงเกียกกาย ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณีสมาชิกชุมชนป้อมมหากาฬ จำนวน 20 ครัวเรือนได้ย้ายออกจากชุมชนเพื่อเปิดพื้นที่จัดทำสวนสาธารณะป้อมมหากาฬ โดยสมาชิกทั้งชุมชนป้อมมหากาฬและชุมชนองค์การทอผ้า จำนวน 32 ครอบครัว ได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เพื่อเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งปัจจุบันมีการอนุมัติโครงการบ้านมั่นคงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ สมาชิกชุมชนจึงร่วมกันจัดพิธียกเสาเอกชุมชนบ้านมั่นคงเกียกกาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกชุมชน และเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก่อสร้างชุมชนแห่งใหม่ โดยมี พล.ต.มนัส จันดี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (รมน.กทม.), พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง หัวหน้าการข่าว กอ.รมน.กทม., นายปรัชญา ดิลกสัตยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร พื้นที่เขต 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์,สำนักงานกรุงเทพมหานคร, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), กรมธนารักษ์, เครือข่าย สอช., เครือข่าย คพสต. ชุมชนแฟลตองค์การทอผ้า สก.องค์การทอผ้า และผู้รับเหมาก่อสร้าง ร่วมในพิธียกเสาเอก

นายพีระพล เหมรัตน์ แกนนำและคณะทำงานชุมชนบ้านมั่นคงเกียกกาย กล่าวว่า วันนี้เป็นฤกษ์ดีของเคหสถานบ้านมั่งคงพัฒนาเกียกกาย จำกัด เนื่องจากชุมชนป้อมมหากาฬมีผลกระทบเรื่องที่อยู่อาศัย และชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งปัจจุบัน 18 ครอบครัว ได้พักอาศัยอยู่ที่สถานพักพิงชั่วคราว การประปาแม้นศรี หรือบ้านอิ่มใจ และได้มีการพัฒนาความเป็นอยู่สืบมา อีกทั้งยังได้ร่วมกับชุมชนองค์การทอผ้า ซึ่งเป็นครอบครัวขยายอาศัยอยู่ในแฟลตที่มีสภาพแออัด รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 โดยเช่าที่อยู่กับกรมธนารักษ์จำนวน 1 ไร่เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 เป็นต้นมา ปัจจุบันได้งบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. กว่า 11 ล้านบาท เป็นงบประมาณเพื่อช่วยในเรื่องของสาธารณนูปโภค และพัฒนากลุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง มีการตอกเสาเข็ม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วน
“ที่ต้องกล่าวขอบพระคุณอย่างยิ่งคือ พล.ต.มนัส จันดี ที่ได้จัดเตรียมเรื่องที่อยู่อาศัยและงบประมาณ มีการพูดคุยรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อมาอยู่ร่วมกันที่นี่ พร้อมส่งทีมงานเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนกระบวนการของชาวบ้านเพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุข ในอนาคตโครงการบ้านมั่นคงของเรามีสมาชิกทั้งหมด 32 ครัวเรือน แบ่งเป็นโครงสร้างบ้าน 5 หลัง 1 ที่ 4 หลัง 1 ที่ และ 11 กับ 12 หลังที่มีเป็นโครงสร้าง 3 ชั้น”
ด้านนางศรินทิพย์ วรรณพาหุล อายุ 53 ปี อาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจและรอคอยเวลานี้มานาน เพราะต้องอาศัยอยู่ที่ประปาแม้นศรีเกือบ 2 ปี ทั้งนี้ ตนเข้าใจดีว่าไม่สามารถย้ายมาอยู่ได้ทันที เพราะทุกอย่างจะต้องทำตามขั้นตอน ตั้งแต่ติดต่อกรมธนารักษ์ สำนักงานเขต และจ้างสถาปนิกเขียนแปลนบ้าน ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ จึงใช้เวลาพอสมควร แต่เชื่อว่าสภาพความเป็นอยู่หลังจากนี้ก็น่าจะดีขึ้น

