“สธ.” แนะกินอาหารปรุงสุก-ผักสะอาด
ถ่ายให้ลงส้วมลดเสี่ยง”โรคหนอนพยาธิ”
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวหญิงรายหนึ่งมีซีสต์หรือถุงตัวอ่อนพยาธิตืดหมูฝังอยู่ในลิ้นนั้น ว่า พยาธิตืดหมูที่พบในคนจะมีหมูเป็นตัวนำกึ่งกลางกินอาหารที่ปนเปื้อนไข่พยาธิ หรือในอุจจาระคน แล้วเกิดเป็นถุงตัวอ่อนในหมูเรียกกันว่าพยาธิเม็ดสาคูในเนื้อหมู เมื่อคนกินเม็ดสาคูในเนื้อหมูเข้าไป จะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้เล็ก และพยาธิตืดมีอายุในคนได้นานถึง 25 ปี ซึ่งสามารถกินยาถ่ายพยาธิตืดออกมาได้
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า หากกินอาหารที่มีไข่พยาธิตืดหมูที่ปนเปื้อนมากับอาหารหรือน้ำดื่ม หรืออาเจียนขย้อนพยาธินี้มาที่กระเพาะ พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่แล้วไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น สมอง ตา กล้ามเนื้อ กระพุ้งแก้ม และลิ้น เป็นต้น ซึ่งการเกิดโรคมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่ง จำนวน และอายุของถุงตัวอ่อนที่เข้าไปฝังอยู่ที่อวัยวะใด เช่น ฝังที่สมองอาจทำให้เกิดอาการชัก ความดันในสมองสูง เคลื่อนไหวผิดปกติ หากฝังที่ตาทำให้บวม เลือดออก มองเห็นมัว หากฝังที่กล้ามเนื้ออาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงในระยะแรก และบวมแดง ดังนั้น การที่ถุงตัวอ่อนพยาธิตืดเข้าไปฝังอยู่ในลิ้นตามที่เป็นข่าว จึงต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และผ่าเอาถุงตัวอ่อนพยาธิออก
” แนะประชาชนให้สังเกตตัวเองหากสงสัยว่ามีตัวพยาธิในร่างกาย เช่น มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย น้ำหนักตัวลดผิดปกติ ถ้าไม่แน่ใจสามารถไปพบแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ยาฆ่าพยาธิที่มีประสิทธิภาพ เพราะอาจเป็นหนอนพยาธิชนิดอื่นๆ ได้ มาตรการในการป้องกันโรคพยาธิตืดหมู ประชาชนควรเลือกซื้อเนื้อหมู ผัก และผลไม้จากแหล่งที่ถูกสุขลักษณะ กรณีเนื้อหมูจะต้องล้างทำความสะอาด หรือแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า ลบห้าองศาเซลเซียส หรือ 23 องศาฟาเรนไฮ การแช่แข็งนานติดต่อกัน 4 วัน สามารถฆ่าตัวอ่อนในถุงหุ้มซีสต์พยาธิตืดได้ และปรุงให้สุกด้วยความร้อน ดื่มน้ำสะอาด ส่วนผัก ผลไม้ต้องล้างผ่านน้ำหลายๆ รอบให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะผักบางชนิดต้องกินสดๆ ถ่ายอุจจาระลงส้วม และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อนปรุงอาหาร และหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง ” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

