นพ.วิธวินท์ ฝักเจริญผล นายแพทย์ชำนาญการ รพ.บุรีรัมย์ นางศิริเพ็ญ อำไพพิศ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์แพทย์ชุมชน รพ.บุรีรัมย์ สาขาที่ 1 พร้อมด้วย สมาชิกสมาคมอาสาสาธารณสุข (อสม.) จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ไปยัง ชุมชนบ้านหนองปรือ ต.กลันทา อ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยมคนไข้ที่ไม่สามารถเดินทางไปยังศูนย์แพทย์ฯได้ ภายในชุมชน
นพ.วิธวินท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ไปยังบ้านพักอาศัยของคนไข้นั้น มีขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งมีแนวคิดมาจากการที่มีโรคบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วย ไม่สามารถเดินทางมารับการรักษาเองได้ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต ติดเตียง รวมไปถึงโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นปัญหาต่อการเดินทาง ทางศูนย์จึงมีแนวคิดที่จะดำเนินงานดังกล่าว เพื่อให้เข้าถึงผู้ป่วยได้ทั่วถึง
“วิธีการหาที่อยู่ของผู้ป่วย คือจะหาทั้งหมด 4 ทาง คือ 1. จะส่งทีมแพทย์-พยาบาลจากศูนย์ ลงพื้นที่ไปสอบถามบ้านทุกหลัง รวมถึงประเมินที่พักที่ผู้ป่วยอาศัย ว่ามีความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายหรือไม่ 2. อสม. ที่ส่วนมากแล้วเป็นชาวบ้านในชุมชน คอยช่วยกันสอดส่อง เมื่อพบว่ามีผู้ป่วยอยู่ภายในพื้นที่ จะแจ้งมายังศูนย์ 3. จะติดตามหาคนไข้จากโปรแกรม ซีโอซีอาร์ 9 ว่าผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไปรักษายัง รพ.บุรีรัมย์ แล้วกลับมาบ้านนั้นอยู่ที่ไหน เพื่อจะไปตรวจอาการหลังการรักษาต่อไป และ 4.การใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ ให้ชาวบ้านได้แจ้งเข้ามาทั้งใน เฟซบุ๊ก อีเมล์ หรือไลน์” นพ.วิธวินท์ กล่าว
นพ.วิธวินท์กล่าวต่อว่า คนไข้ที่ได้รับการรักษาจากการลงพื้นที่นั้น จะมีป่วยเป็นโรคติดเตียง อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งคนไข้ดังกล่าวนั้น จะได้รับยา อุปกรณ์ในการรักษาเฉพาะโรค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งงบประมาณมาจากกองทุนศูนย์แพทย์ และเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตรวจแล้วพบว่ามีอาการที่แย่ลง จะทำการรายงานส่งกลับไปยังแพทย์ เพื่อหาแนวทางในการรักษาต่อไป
นางเลียม เชิดรัมย์ ชาวบ้านในชุมชนบ้านหนองปรือ ที่ได้รับการรักษาจากการลงพื้นที่ กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวานมากว่า 30 ปี โดยช่วงแรกนั้นตนไม่รู้ว่าเป็น จะมีอาการวูบบ้างในตอนเช้า จนเมื่อประมาณ 5 เดือนที่แล้ว ทีมแพทย์จากศูนย์ฯได้มายังที่บ้าน พร้อมทำการตรวจสุขภาพให้ ไม่นานก็ได้รับการรักษา รวมถึงได้เครื่องเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลมาใช้ตรวจเองที่บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถือว่าได้รักษาด้วยตัวเอง
นางศิริเพ็ญ กล่าวว่า ตอนนี้มีแผนที่จะขอประวัติการตรวจรักษาจากโรงพยาบาลอื่นๆ ภายในพื้นที่ด้วย เพื่อจะได้มีข้อมูลของผู้ป่วยอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งทางศูนย์ฯ มีแนวคิดที่จะทำโครงการรับอาสาสมัครในการลงพื้นที่เพิ่มเติมต่อไปด้วย ในตอนนี้จะมีศูนย์บริการทั้งหมด 3 ศูนย์ ซึ่งได้เทศบาลมาคอยช่วยดูแลด้วยโดยทั้ง 3 ศูนย์นั้นจะแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบในการลงพื้นที่ โดยแบ่งเป็นเทศบาล 8 พื้นที่ และของทางศูนย์ฯ อีก 10 พื้นที่

