ญาติเหยื่อไม่รับเช็ค 5 แสนจากราชสกุล “เทพหัสดินฯ” มอบให้เดินเรื่องบังคับคดี เปรยคนร่วมสกุลมีเป็นร้อย ส่วนมากฐานะไม่ดี ทนายโต้เดือดตอบไม่ได้จะแจ้งความคนเมนต์ด่าหรือไม่
กรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญที่ น.ส.แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขับรถเก๋งฮอนด้าซีวิคเฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร เส้นทาง ม.ธรรมศาสตร์ (รังสิต)-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนโทลล์เวย์ขาเข้า หน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สังเวยชีวิตผู้โดยสาร 9 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 27 ธันวาคม ปี 2553 จนเวลาล่วงมากว่า 9 ปี
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 18 ก.ค. ที่ร้านอาหารเพลิน วิภาวดี นายสุชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขานุการของราชสกุล พร้อม นายณัฐพล ทองคำ ทนายประจำราชสกุลเทพหัสดิน จะจัดโต๊ะแถลงชี้แจงถึงกรณีที่ตระกูลถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์และพาดพิงถึงในทางที่เสื่อมเสีย พร้อมแสดงจุดยืนว่าทางตระกูลไม่ได้นิ่งนอนใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
นายณัฐพลกล่าวว่า อันดับแรก กราบขออภัยกับเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นที่สะเทือนใจต่อสังคมและทำให้เป็นที่ถูกจับตา โดยที่ผ่านมา ทางผู้ใหญ่ในราชสกุลได้สอบถามเหตุการณ์กับครอบครัว น.ส.แพรวามาตลอดว่าดำเนินการถึงไหนอย่างไร ทางครอบครัวก็แจ้งกลับมาตลอด จนกระทั่งทราบว่ามีการตัดสินคดีความแล้ว จึงไม่ได้ติดต่อไปอีก ต่อมาวันที่ 15 กรกฎาคม มีข่าวว่าผู้เสียหายบางรายยังไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายมาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว ราชสกุลจึงเรียกประชุมหารือเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ได้ข้อสรุปหลายประการ อาทิ คดีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ขอให้แยกแยะระหว่างราชสกุลและบุคคลเพราะเป็นตระกูลใหญ่ ทางเราจึงไม่ได้เกี่ยวข้อง
อีกประการคือ ในฐานะที่ตระกูลเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีมากมาย จึงมีมติรวบรวมเงินจำนวน 5 แสนบาท เป็นเช็ค เพื่อมอบเป็นกองทุนให้ผู้เสียหายในการติดตามบังคับคดีให้ได้รับชดใช้เงินตามคำพิพากษาของศาล ย้ำว่าเงินส่วนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินชดเชยตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ขอให้ผู้เสียหายหรือญาติติดต่อเข้ามายังเบอร์โทรศัพท์มือถือของตน ที่ 09-5 906**** ยืนยันว่าผู้เสียหายจะได้รับการชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาศาลอย่างแน่นอน
นายณัฐพลกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคดีความนั้นขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้ขอให้ครอบครัว น.ส.แพรวาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เคยสนับสนุนให้หลีกเลี่ยงแต่อย่างใด จึงฝากไปยังครอบครัว น.ส.แพรวา ว่าเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ขอให้ออกมาขอโทษสังคมต่อสิ่งที่ตนเองกระทำผิดพลาดไป เพื่อให้สังคมเกิดความสบายใจขึ้น เพราะทางเราไม่อยากเห็นความแตกแยกในสังคม และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียหายอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม โลกโซเชียลได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เหตุที่เกิดขึ้น และมีข้อความหนึ่งระบุว่า “ขอให้ฉิบหายทั้งโคตร-เลวทั้งโคตร” ทำให้ทางตระกูลเกิดความไม่สบายใจ จนมีข่าวว่าผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจึงออกมาให้ข่าวทำนองว่าอาจดำเนินการทางกฎหมายนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง แต่ท่านได้เน้นย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหากจะวิจารณ์ก็ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ทั้งราชสกุล ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ก็วอนขอให้ลบข้อความดังกล่าว
“หากสังคมอยากจะวิจารณ์ ขอให้ถามใจตัวเองว่า เมื่อทราบแบบนี้แล้วจะยังวิจารณ์ในเชิงลบกับคนไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ ต่อจากนี้จะมีการฟ้องร้องกับคนคอมเมนต์วิจารณ์ตระกูลหรือไม่ผมไม่อาจตอบได้” นายณัฐพลกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็ง
เมื่อถามว่าทางราชสกุลจะลงขันซื้อที่ดินนางลัดดาวัลย์ แม่แพรวา เพื่อช่วยเหลือเงินต่อผู้เสียหายได้หรือไม่นั้น นายณัฐพลกล่าวว่า ผู้เสียหายก็อาจจะเอาชื่อตนเองไปใส่เป็นเจ้าของอภิสิทธิ์ได้ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนทางกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายโจทก์และจำเลยหารือหาทางออกด้วยกัน หากตนกล่าวในฐานะทนายความว่า การชำระหนี้ จะชำระอย่างไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันตามหลักการ ตนแม้จะเป็นญาติ แต่ก็เป็นคนนอกครอบครัว เพราะจำเลยในคดีมีเพียง 4 คน ซึ่งยอมรับว่าทางราชสกุลยังไม่ได้พูดคุยกันกับนางลัดดาวัลย์ เพราะเพิ่งทราบพร้อมกันกับทุกคนเมื่อตอนมีข่าว
ด้านนายสุชัยกล่าวว่า เครือญาติในราชสกุลเทพหัสดินมีมากกว่า 900 ท่าน ยอมรับว่าหลายท่านก็ไม่ค่อยมีเงิน ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่เราไม่นิ่งนอนใจ และต้องการให้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ยืนยันทางเรายืนอยู่ข้างผู้เสียหาย และตนเองรู้จักกับแพรวาก็หลังเกิดเหตุขึ้นเท่านั้น ซึ่งเขาได้มาขอโทษขอขมาที่ทำให้ชื่อเสียงตระกูลเสื่อมเสียแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวนานร่วม 45 นาที นายณัฐพลได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังหนึ่งในผู้ประสบเหตุและได้บาดเจ็บจากเรื่องดังกล่าว เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงเงินกองกลางช่วยคดีดังกล่าว แต่ได้รับการปฏิเสธ ระบุว่าให้นำเงินส่วนนี้ไปมอบต่อครอบครัว น.ส.แพรวา เพื่อนำมาชดใช้ตามคำพิพากษาศาล โดยจะขอนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับทีมทนายความต่อไป

