เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ท่าเรือวัดราชาธิวาสวิหาร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธนพล ศรีโสภา ผบก.รน. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. และคณะทำงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.2 กก.4 บก.รน. (ตำรวจน้ำบางรัก) กองบังคับการปราบปราม ลงเรือตรวจการณ์ 526 ของกองบังคับการตำรวจน้ำ ตรวจความเรียบร้อย2ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ตั้งแต่ท่าเรือวัดราชาธิวาส ท่าเรือวาสุกรี ท่าเรือราชวรดิษฐ์ ท่าเรือวัดอรุณ และตลอด2ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเส้นทางเสด็จ
ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบ พล.ต.ท.ปิยะ ในฐานะโฆษกตร. กล่าวว่า เส้นทางเสด็จจะแบ่งเป็น 6 โซน โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตราการเข้มดูแลความเรียบร้อย โดยเฉพาะพื้นที่สูงข่ม รวมถึงประสานกองทัพเรือตรวจตราและวางมาตราความปลอดภัยทางน้ำด้วย ส่วนพื้นที่ทางบก มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)เป็นเจ้าภาพหลักดูแล เส้นทางจราจร ท่าเรือต่างๆให้มีความปลอดภัยพร้อมใช้งานได้
ส่วนสถานที่รกร้างไม่มีผู้ดูแล ให้ประสานกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า เข้าไปปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม ปลอดภัย และประสานร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่จำหน่ายสินค้าในราคาเหมาะสม อย่าขูดรีดเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท่องเที่ยว จะต้องตรวจเข้มชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกประเทศ ทั้งทางสนามบินและช่องทางธรรมชาติ พร้อมแนะนำข้อห้าม ข้อควรปฏิบัติ ในช่วงพระราชพิธีให้ชาวต่างชาติทราบด้วย
หลังจากนี้จะพิจารณาในเรื่องการปิดเส้นการจราจรบนสะพานที่อยู่ในเส้นทางเสด็จ เช่น สะพานพระปกเกล้า สะพานพระปิ่นเกล้า สะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานกรุงธน เมื่อได้ข้อสรุปก็จะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป
พล.ต.ท.ปิยะ ยืนยัน ขณะนี้กำลังพลมีความพร้อมและมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีครั้งนี้ เพราะทุกคนคือแขกของพระองค์

