อธิบดีดีเอสไอ ลงพื้นที่ เก็บข้อมูลช่วยชาวบ้านเดือดร้อน ผลกระทบ ปัญหาออกโฉนดมิชอบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน ที่บริเวณศาลาชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนหมู่ที่ 3 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาติดตามผลการดำเนินการในการต่อสู้ของกลุ่มชาวบ้านบ้านกู้กู ที่ได้ดูแลปกป้องพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าไม้ชายเลน คลองบางชีเหล้า-คลองท่าจีน โดยมี นายอนุชา อาจหาญ รักษาการประธานชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน และสมาชิก ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นายภูดิท รักษาราษฎร์ นายกเทศบาลตำบลรัษฎา และคณะ รวมทั้งนายสุธา ประทีป ณ ถลาง ทนายความ ของกลุ่มชาวบ้านมาร่วมด้วย โดยทางทัพเรือภาคที่ 3 จัดทหารมาร่วมสังเกตการณ์
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายสั่งการให้ดูแล อำนวยความยุติธรรม ให้แก่ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในอรรถคดีต่างๆ และในช่วงที่ผ่านมาในกรณีได้สนับสนุนข้อมูลในการต่อสู้ให้แก่ชาวบ้านกู้กู ซึ่งได้ทราบว่ามีความก้าวหน้าในการต่อสู้คดีโดยใช้แนวทางของศาลปกครอง แต่มีบางส่วนยังไม่สัมฤทธิผล และดีเอสไอจะช่วยดำเนินการประสานไปยังศาลปกครอง เพื่อขอได้โปรดพิจารณาคดีของชาวบ้านกลุ่มนี้โดยมุ่งเน้นเพื่อผลประโยชน์ชาติต่อไป
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ดีเอสไอพร้อมรับเรื่องร้องเรียน และจะดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบนำไปประกอบกับข้อมูลความก้าวหน้า ทั้งกรณีการแก้ไขปัญหา ป่าไม้ชายเลนบ้านกู้กู กรณีชาวไทยใหม่ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต รวมทั้งชุมชนสะพานหินและประชาชนชาวจ.นครศรีธรรมราช ที่มีกรณีปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมและจะช่วยเหลือในแนวทางนโยบายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ ยังมีกลุ่มผู้เดือดร้อนเกี่ยวกับที่ดินอีก 3 ฝ่าย ประกอบ ด้วยนายนิรันดร์ หยังปาน คณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ ตัวแทนชุมชนสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต และตัวแทนชาวจ.นครศรีธรรมราช และได้เป็นตัวแทนและยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับที่ดินดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุในเอกสารว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 35691 เนื้อที่ 21 ไร่ 2 งาน 99 ตารางวา เป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากภาพถ่ายทางอากาศในปี 2510 ผู้เชี่ยวชาญศาลในการตรวจสอบแปลภาพถ่ายทางอากาศตรวจสอบพบว่าพื้นที่เป็นป่าชายเลนเต็มทั้งแปลงไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์เป็นสวนจากแต่อย่างใดและปัจจุบันยังมีสภาพเป็นป่าชายเลนสภาพของดินมีความเค็มมากเนื่องจากมีปริมาณเกลือสูงเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืชจึงไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ อีกทั้งจากการตรวจสอบ สค.1 ของที่ดินแปลงข้างเคียงพบว่าที่ดินแปลงข้างเคียงระบุว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวเป็นป่าพังกาหรือป่าโกงกางที่สอดรับกับผลการ อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของผู้เชี่ยวชาญแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า ที่ดินด้านทิศเหนือจดทางสาธารณะซึ่งในพื้นที่จริงไม่มีเส้นทางสาธารณะแต่อย่างใดมีแต่ด้านทิศเหนือขึ้นไปจะมีคลองสาธารณะกู้กูอยู่ ที่ดินอีกหนึ่งแปลงที่ห้าง สค.1 เลขที่ 16 เนื้อที่ 29 ไร่ 55 ตารางวา ซึ่งอยู่ระหว่างการขอออกโฉนดนั้น จากผลการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศในอดีตพบว่าพื้นที่มีลักษณะเป็นป่าชายเลนเต็มทั้งแปลงเช่นเดียวกัน ไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์แต่อย่างใดและสภาพดินมีความเค็มเช่นเดียวกับแปลงแรกจึงมีพยานหลักฐานว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการทำประโยชน์ขัดกับข้อเท็จจริงใน สค.1 เลขที่ 16 ที่อ้างว่ามีการทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว

กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดินและยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดิน นอกจากนี้คณะกรรมาธิการการที่ดินและสิ่งแวดล้อมมีหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่อให้เพิกถอนโฉนดที่ดินและถอนคำขอออกโฉนดเช่นเดียวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อมากรมที่ดินได้ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินที่อ้าง สค.1 เลขที่ 16 แต่ยังไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 35691 แต่อย่างใด
ในขณะเดียวกันผู้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินฟ้องกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลางคือขอให้ออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ยื่นคำขอ โดยชาวบ้านบ้านกู้กูได้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วม และนำข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าไปยื่นต่อศาลและศาลพิจารณาจนกระทั่งวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้เพิกถอนคำร้องของผู้ยื่นคำขอดังกล่าว
พร้อมกันนี้ชาวบ้านบ้านกู้กูได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชเพื่อขอให้กรมที่ดินทำการเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 35691 เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ระยะเวลาได้ล่วงเลยมานานแล้วยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

